ศรีสะเกษ-สุดเศร้า ร่าง 2 สาวเหยื่อโศกนาฏกรรมไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ถึงบ้านเกิด อ.กันทรลักษ์ ศรีสะเกษแล้ว สามีจุกอก ลูกน้อย 2 คนยังเล็กต้องมากำพร้าแม่ วอนเจ้าของร้านรับผิดชอบ ขณะพ่อแม่ร่ำไห้คร่ำครวญจากไปไม่ร่ำลา เผยเหยื่อทั้ง 2 รายเป็นพี่สะใภ้กับน้องสามี ตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่เดียวกันกำหนดฌาปนกิจพร้อมกัน 16 ก.ค.นี้
วันนี้ ( 14 ก.ค.69) ที่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 2 ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ร่างของ น.ส.นิภาพร แจ่มแจ้ง อายุ 35 ปี ชาวตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และ น.ส.อัชราภรณ์ สุทธิสินธ์ อายุ 36 ปี ชาวตำบลน้ำอ้อม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้นำออกจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ กรุงเทพมหานคร เดินทางมาส่งกลับถึงบ้านเกิดเป็นที่เรียบร้อย
โดย ญาติได้นำร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย มาตั้งบำเพ็ญกุศลร่วมกัน เนื่องจาก น.ส.อัชราภรณ์ เป็นพี่สะใภ้ของ น.ส.นิภาพร จึงมีศักดิ์เป็นน้องสามี โดยโลงศพทั้งสองถูกจัดวางเรียงเคียงกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติพี่น้องและชาวบ้านต่างช่วยกันจัดเตรียมสถานที่สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา และได้มีการสวดพระอภิธรรมเบื้องต้นแล้ว
นายจักรพงษ์ แวงชิน อายุ 35 ปี สามีของ น.ส.นิภาพร เปิดเผยทั้งว่า ตนและภรรยาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมา 8 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน โดยคนโตกำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ส่วนคนเล็กอยู่ในวัยเตรียมอนุบาล ตนและภรรยาเดินทางจากจังหวัดศรีสะเกษไปประกอบอาชีพค้าขายอยู่ในกรุงเทพมหานครมานานเกือบ 10 ปี โดยขายข้าวนึ่งอยู่บริเวณลาดพร้าว 48 และช่วยกันทำมาหากินเพื่อส่งเสียครอบครัว กระทั่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่พรากภรรยาไปอย่างไม่มีวันกลับ ซึ่งภรรยามักจะออกไปหาอาหารรับประทานในซอยที่เกิดเหตุเป็นประจำ
โดยวันเกิดเหตุภรรยา (น.ส.นิภาพร) และพี่สะใภ้ (น.ส.อัชราภรณ์) นายสมศักดิ์ ศรีผ่อง (ผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย) และเพื่อนร่วมกลุ่ม อีก จำนวน 2 ราย ได้ไปเที่ยวที่โรงเบียร์แห่งนี้ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าคืนเกิดเหตุ ภรรยาจะเข้าไปใช้บริการที่ร้านโรงเบียร์ซึ่งเกิดเพลิงไหม้ โดยวันนั้นตนไม่ได้ไปด้วย เพราะนอนรออยู่ที่ห้องพัก เช้าวันรุ่งขึ้น ตนยังคงลุกขึ้นมานึ่งข้าวเพื่อเตรียมขายตามปกติ ก่อนจะเปิดดูข่าวเกี่ยวกับเหตุเพลิงไหม้
ตอนแรกยังพยายามปลอบใจตัวเองว่า ภรรยาคงไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ พอดูข่าว เห็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิกำลังยกร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากร้าน ผมเห็นเสื้อที่สวมอยู่ ตอนนั้นรู้สึกในใจเลยว่าใช่แฟนผมแน่ แต่ก็ยังภาวนา ขออย่าให้เป็นแฟนของตนเลย แต่เมื่อมีการประกาศรายชื่อผู้เสียชีวิต รายที่ 4 คือชื่อของภรรยา ความหวังทั้งหมดก็พังทลายลงในทันที ตอนนั้นตนทำอะไรไม่ถูกเลย มันจุกอยู่ในอก ซึ่งบทสนทนาครั้งสุดท้ายกับภรรยาเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของคืนเกิดเหตุ โดยตนโทรศัพท์ไปถามว่า “อีกนานไหมจะกลับ ทำไมยังไม่กลับ” หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อภรรยาได้อีกเลย
นายจักรพงษ์ กล่าวอีกว่า แม้จะเข้าใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ก็อยากให้เจ้าของร้านหรือผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น ต่อให้ได้เงินชดเชยเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถทดแทนภรรยาของผมได้
ด้าน นายชาญ จั่นแจ้ง อายุ 63 ปี และนางจันที แจ่มแจ้ง อายุ 60 ปี พ่อและแม่ของ น.ส.นิภาพร เปิดเผยว่า ลูกสาวเดินทางไปทำงานค้าขายในกรุงเทพมหานครหลายปีแล้ว โดยขายข้าวนึ่งและกล้วย เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว แม้จะอยู่ไกลบ้าน แต่ลูกสาวจะโทรศัพท์กลับมาหาพ่อแม่แทบทุกวัน โดยเฉพาะจะพูดคุยกับแม่เป็นประจำ และมักถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ รวมถึงถามถึงลูกทั้งสองคน ซึ่งเป็นหลานของตนอยู่เสมอ
การสูญเสียครั้งนี้สร้างความเจ็บปวดเกินกว่าจะบรรยายได้ เพราะนิภาพรเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว ซึ่งสิ่งที่อยากเรียกร้องคือให้เจ้าของร้านหรือผู้เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะทุกชีวิตล้วนมีคุณค่า และอยากให้เห็นใจหัวอกของพ่อแม่ พี่น้อง รวมถึงลูกเล็ก ๆ ที่ต้องเติบโตโดยไม่มีแม่ “ลูกสาวเป็นทุกอย่างของครอบครัว วันนี้ตนหมดสิ้นแล้วทุกอย่าง”
ขณะที่ นางจันที ผู้เป็นแม่ อยู่ในอาการเสียใจอย่างหนัก ร้องไห้ตลอดเวลา และแทบไม่สามารถพูดอะไรได้ นอกจากประโยคที่สร้างความสะเทือนใจให้กับทุกคนที่อยู่ในงาน “ทำไมจากไป ไม่ร่ำไม่ลาแม่สักคำ”
ด้าน นางสาวสมใจ วาทิน อายุ 66 ปี และนายบุญเลิศ สุทธิสิน อายุ 66 ปี พ่อและแม่ของ น.ส.อัชราภรณ์ เปิดเผยว่า ลูกสาวมาแต่งงานกับพี่ชาย ของ น.ส.นิภาพร จึงมีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ และทั้งสองคนเสียชีวิตในเหตุการณ์เดียวกัน ก่อนเกิดเหตุ ลูกสาวได้โทรศัพท์มาฝากข้อความผ่านลูกชายว่า “ฝากพ่อกับแม่ ฝากลูกด้วย ส่วนหนูจะหาเงินเอง” คำพูดดังกล่าวกลับกลายเป็นเหมือนลางบอกเหตุที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นคำสั่งเสียครั้งสุดท้าย แม้วันนี้ไม่สามารถเรียกลูกกลับคืนมาได้แล้ว สิ่งเดียวที่อยากบอกลูกคือ ขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี และขอให้เดินทางไปพร้อมกับน้องสาว ไม่ต้องเป็นห่วงคนที่อยู่ข้างหลัง เพราะครอบครัวจะช่วยกันดูแลทุกคนให้ดีที่สุด
สำหรับกำหนดสวดอภิธรรม 2 คืน ก่อนฌาปนกิจ 16 ก.ค. สำหรับกำหนดการประกอบพิธีทางศาสนา ญาติจะตั้งบำเพ็ญกุศลศพของ น.ส.นิภาพร และ น.ส.อัชราภรณ์ ที่บ้านพักในตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเวลา 2 คืน ก่อนจะประกอบพิธีฌาปนกิจพร้อมกันในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ณ วัดไหล่ดุม ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ


