xs
xsm
sm
md
lg

รมว.อุตฯเปิด “โซลาร์รูฟท็อป” ซีเกท โคราช ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน เทียบเท่า 16 สนามฟุตบอล ผลิตไฟฟ้า 29 ล้านหน่วย/ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- “วราวุธ ”รมว.อุตฯประธานเปิด“โซลาร์รูฟท็อป”ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ของชีเกทฯ โคราช ปลุกภาคอุตสาหกรรมเติบโต เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ ดันไทยเป็นฐานการผลิตการลงทุนของโลก เผยเป็นระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ติดตั้งโซล่าร์เซลล์กว่า 116,000 ตร.ม. เทียบเท่า 16 สนามฟุตบอล ผลิตไฟฟ้าได้มากถึง 29 ล้านหน่วย/ปี ช่วยลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก 14,500 ตัน เทียบเท่าปลูกต้นไม้ 150,000 ต้น

วันนี้ ( 13 ก.ค.69) ที่บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา ที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด (Seagate Korat Solar Rooftop) โดยมี นายนรเชษฐ์ แซ่ตั้ง ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย และรองประธาน อาวุโสฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด นายอรรถพงศ์ สถิตมโนธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่ จำกัด และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการในครั้งนี้


โครงการ Seagate Korat Solar Rooftop เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจด้านพลังงานสะอาดในวงการอุตสาหกรรมของประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือกันระหว่าง บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่ จำกัด โครงการ Seagate Korat Solar Rooftop มีพื้นที่ติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์รวมกว่า 116,000 ตารางเมตร หรือเทียบเท่าสนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานกว่า 16 สนาม สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้มากถึง 29 ล้านหน่วยต่อปี ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 14,500 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้มากกว่า 150,000 ต้น ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า พลังงานสะอาดไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อมแต่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการลงทุน การส่งออก และขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในระยะยาว กระทรวงอุตสาหกรรมจึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดาต้าเซ็นเตอร์ และยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิต และการลงทุนที่สำคัญของโลก

ความร่วมมือในโครงการดังกล่าวเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยที่สามารถเดินหน้าสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน และจะเป็นต้นแบบสำคัญให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในอนาคต


สำหรับประเทศไทย ภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนใช้พลังงานคิดเป็นร้อยละ 40 ของการใช้พลังงานทั้งหมดของประเทศ ดังนั้นการยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การส่งเสริมพลังงานสะอาด และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบัน ได้กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการลดต้นทุนการผลิต และสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ


โดยที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) การปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อเอื้อต่อการลงทุนด้านพลังงานสะอาด การส่งเสริมการใช้เครื่องจักร และอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง ตลอดจนการพัฒนาบุคลากร และผู้เชี่ยวชาญด้านระบบพลังงานสมัยใหม่


และยังผลักดันการใช้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ด้านประสิทธิภาพพลังงาน โดยปัจจุบันมี 41 มาตรฐานครอบคลุมผลิตภัณฑ์ด้านแผงเซลล์แสงอาทิตย์ พลังงานลม ระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า รวมถึงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากชีวมวล และขยะ ขณะที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) อยู่ระหว่างกำหนดให้แผงเซลล์แสงอาทิตย์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานหรือมาตรฐานบังคับ ซึ่งคาดว่าจะมีผลใช้บังคับในช่วงต้นปี 2570

กระทรวงอุตสาหกรรมได้เดินหน้ายกระดับการใช้ชิ้นส่วน และอุปกรณ์ที่ผลิตภายในประเทศตามแนวทาง Local Content Ladder โดยเริ่มจากการประกอบแผงโซลาร์เซลล์ในประเทศไทย และ ขยายสู่การผลิตชิ้นส่วนสำคัญที่ไทยมีมาตรฐาน มีศักยภาพ เช่น โครงแผง (Frame) กระจก (Glass) กล่องเชื่อมต่อ (Junction Box) สายไฟ (Cable) โครงยึดติดตั้ง (Mounting Structure) ตู้รวมสายไฟ (Combiner Box) และหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) เพื่อเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมไทย ลดการพึ่งพาการนำเข้า และสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็งสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด