เพชรบุรี – เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในโครงการพระราชดำริฯ และเครือข่ายสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาล และกระทรวงเกษตรฯ เร่งแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด หลังได้รับผลกระทบจากการนำเข้านมผงจากต่างประเทศที่มีราคาถูกกว่า ส่งผลให้โรงงานลดการรับซื้อน้ำนมดิบของเกษตรกร จนเกิดปัญหานมโรงเรียนค้างสต๊อกกว่า 100 ล้านกล่องทั่วประเทศ
วันนี้( 13 ก.ค.) น.ส.สุพรรณา ชัยท้วม เกษตรกรและเจ้าของสำราญฟาร์มเลี้ยงโคนมตัวอย่างในโครงการพระราชดำริ ในพื้นที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย นายสันติ ทิพย์ยอแล๊ะ ประธานสหกรณ์โคนมชะอำ–ห้วยทราย จำกัด เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์โคนมชะอำ–ห้วยทราย และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่กลุ่ม 6 ภาคกลางตอนล่าง–ภาคใต้ 15 จังหวัด รวมถึงเครือข่ายสหกรณ์โคนมทั้ง 18 กลุ่มทั่วประเทศ ที่กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก
น.ส.สุพรรณา กล่าวว่า ปัจจุบันสหกรณ์ต้องจำกัดปริมาณการรับซื้อน้ำนมดิบ เนื่องจากเกินโควตาที่ทำข้อตกลงกับบริษัทผู้รับซื้อ ส่งผลให้เกษตรกรต้องลดจำนวนโคนมในฟาร์มเพื่อลดต้นทุน บางรายจำเป็นต้องขายโคนมออก เพราะไม่สามารถระบายน้ำนมได้ทั้งหมด ขณะที่ยังต้องเผชิญปัญหาโรคในโคนมและต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้น
"ฟาร์มของเราเป็นฟาร์มตัวอย่างในโครงการพระราชดำริ จึงพยายามประคองกิจการไว้ให้ถึงที่สุด แต่อยากให้รัฐบาลเร่งเข้ามาช่วยเหลือ เพราะหากปล่อยไว้นาน เกษตรกรจำนวนมากอาจต้องเลิกอาชีพเลี้ยงโคนม" น.ส.สุพรรณา กล่าว
ด้านนายสันติ เปิดเผยว่า สหกรณ์กำลังประสบปัญหาการระบายน้ำนมดิบอย่างหนัก จึงต้องนำน้ำนมมาแปรรูปเป็นนมยูเอชทีสำหรับโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา แต่ปัจจุบันมีนมค้างสต๊อกจำนวนมาก ขณะที่ก่อนหน้านี้เคยต้องนำน้ำนมดิบไปเททิ้งและนำไปทำปุ๋ยกว่า 800 ตัน ส่งผลให้สหกรณ์สูญเสียรายได้และต้องกู้เงินมารับซื้อน้ำนมจากสมาชิก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยปัญหาเริ่มรุนแรงตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 หลังมีการเปิดเสรีการค้านำเข้านมผงจากต่างประเทศ ซึ่งมีต้นทุนเฉลี่ยประมาณกิโลกรัมละ 14 บาท ต่ำกว่าราคาน้ำนมดิบของเกษตรกรไทยที่มีราคากลางประมาณกิโลกรัมละ 21 บาท ทำให้ผู้ประกอบการหลายแห่งหันไปใช้นมผงนำเข้าเพื่อลดต้นทุนการผลิต ส่งผลให้น้ำนมดิบของเกษตรกรไทยล้นตลาด และกระทบต่อสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ
ทั้งนี้ เครือข่ายเกษตรกรเสนอให้รัฐบาลขยายโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน จากเดิมที่แจกให้เด็กตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และให้ได้รับนมครบ 365 วันต่อปี เพื่อช่วยระบายสต๊อกนมและสร้างเสถียรภาพให้กับระบบการผลิตน้ำนมของประเทศในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเยียวยาเกษตรกร พร้อมดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหานมโรงเรียนค้างสต๊อกกว่า 100 ล้านกล่อง และทบทวนแนวทางการนำเข้านมผงจากต่างประเทศ โดยระบุว่า แม้เรื่องดังกล่าวจะเคยผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2568 แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ตัวแทนเกษตรกรและสมาชิกสหกรณ์โคนมจากทั้ง 18 กลุ่มทั่วประเทศ เตรียมรวมตัวกันนับพันคนเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ขอให้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อรักษาอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทยและสร้างความมั่นคงให้กับระบบนมของประเทศในระยะยาว


