xs
xsm
sm
md
lg

เปิดใจ “ ศักดิ์ชัย แตงฮ่อ ” อดีตข้าราชการน้ำดียืนหยัดสู้คดีที่ดินมอเตอร์เวย์ รักษาเงินชาติกว่า 300 ล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์





ศูนย์ข่าวศรีราชา -
เปิดใจ “ ศักดิ์ชัย แตงฮ่อ ” อดีตข้าราชการน้ำดีกรมการปกครอง รักษาผลประโยชน์ชาติ สู่คดีฟ้องเท็จนักธุรกิจใหญ่เมืองชลบุรี ปมที่ดินก่อสร้างมอเตอร์เวย์สาย 7 มูลค่า99 ล้านบาท ยันหยัดไม่เซ็น -ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ ช่วยรัฐประหยัดงบกว่า 300 ล้านบาทแม้ต้องสู้คดีนานกว่า 10 ปี

นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ อดีตข้าราชการน้ำดีกรมการปกครอง ที่ทำงานจนเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง รองอธิบดีกรมการปกครอง เปิดใจกับ “Manager Online ”ถึงเบื้องหลังคดีเวนคืนที่ดินโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สาย 7 ช่วงหนองปรือ–บ้านฉาง จนนำไปสู่การฟ้องร้องในชั้นศาลกับนักธุรกิจใหญ่ใน จ.ชลบุรี ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 10 ปี ก่อนศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุกนักธุรกิจรายดังกล่าวเป็นเวลา 4 ปี ในความผิดฐานฟ้องเท็จ โดยไม่รอลงอาญา

พร้อมระบุว่าการคัดค้านการประเมินค่าทดแทนในครั้งนั้นช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ราว 300 ล้านบาท ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2557 หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (ในขณะนั้น) มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคาค่าทดแทนเบื้องต้นสำหรับการเวนคืนที่ดินโครงการมอเตอร์เวย์สาย 7 โดยมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานในพื้นที่ร่วมเป็นกรรมการ


ซึ่งระหว่างการพิจารณา พบว่าที่ดินกลุ่มหนึ่งจำนวน 6 แปลง ถูกเสนอให้กำหนดค่าทดแทนในอัตราสูงกว่าพื้นที่โดยรอบอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะที่ดินแปลงหนึ่งที่มีการเสนอราคาสูงถึงตารางวาละ 75,000 บาท ขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่กำหนดไว้เพียงประมาณ 5,000 บาทต่อตารางวา และพื้นที่ศักยภาพสูงบางแห่งราคาอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาทต่อตารางวาเท่านั้น ซึ่งตนเองได้ทำการทักท้วงในการประชุมเนื่องจากเห็นว่าราคาดังกล่าวสูงผิดปกติ 


พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบและสอบถามเจ้าของที่ดินเดิม จนพบว่าที่ดินทั้ง 6 แปลงมีการซื้อขายจริงรวมประมาณ 99 ล้านบาท ซึ่งแตกต่างจากมูลค่าค่าทดแทนที่มีการเสนอให้เวนคืนราว 390 ล้านบาท ก่อนทำหนังสือขอให้มีการประชุมทบทวนราคาค่าทดแทนอีกครั้ง ที่แม้ในช่วงแรกมติจะยังไม่เห็นชอบให้ทบทวน แต่ภายหลังมีการประชุมใหม่และกรรมการส่วนใหญ่เห็นตรงกันให้ปรับราคาตามข้อมูลการซื้อขายจริง จนท้ายที่สุดกำหนดค่าทดแทนอยู่ที่ประมาณ 89–90 ล้านบาท


“ศักดิ์ชัย แตงฮ่อ ”อดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง ยังกล่าวอีกว่าการปรับลดค่าทดแทนดังกล่าวทำให้ภาครัฐประหยัดงบประมาณได้ถึง 300 ล้านบาท แต่ตนเองกลับถูกนักธุรกิจใหญ่ ยื่นฟ้องต่อศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ กล่าวหาว่า “ใช้อำนาจโดยมิชอบ” จนทำให้นักธุรกิจไม่ได้รับค่าทดแทนตามทีเรียกร้อง แต่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องทุกศาล และคดีถึงที่สุด

ซึ่งหลังจากนั้น ตนเองได้ฟ้องกลับในข้อหาฟ้องเท็จ โดยศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2566 ให้จำคุกจำเลย 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา

“ แต่ จำเลย ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา และปัจจุบันยังอยู่ระหว่างติดตามตัวตามหมายจับ ทั้งนี้ในส่วนตัวแล้วเห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทย ควรมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ โดยเฉพาะการติดตามผู้หลบหนีหมายจับ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการตีความกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ในบางกรณี อาจเป็นอุปสรรคต่อการเผยแพร่ข้อมูลผู้หลบหนีคดีเพื่อให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส”

อย่างไรก็ดี “ศักดิ์ชัย แตงฮ่อ ”อดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง ยังได้ฝากถึงข้าราชการทุกระดับ ให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน และไม่ยอมอ่อนข้อให้กับแรงกดดันหรือผลประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเชื่อว่า ความซื่อสัตย์และการทำงานอย่างโปร่งใสคือหลักประกันสำคัญในการปฏิบัติราชการ