เชียงใหม่ - ตำรวจไซเบอร์ผนึกกำลังชุดสืบสวน ภ.5 แกะรอยรวบขบวนการมิจฉาชีพไฮเทคยกแก๊ง..หลังเจาะระบบตั้งค่าโอนใหม่-หลอกล่อผู้บริหารบริษัททัวร์แม่ริมอนุมัติ โอนเงินเข้าบัญชีปลายทางใหม่ สูญเงินเกือบล้าน อ้างต่างชาติชวน-ใช้คนใกล้ตัวเป็นบัญชีม้า ก่อนหักหลังฮุบเงินซื้อโทร.-เที่ยว-ถลุงเล่นพนันออนไลน์เกลี้ยง
ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ภ.5) ร่วมกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 และสถานีตำรวจภูธรแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สนธิกำลังร่วมกันเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจำนวน 4 ราย เมื่อเร็วๆ นี้
หลังร่วมกันก่อเหตุหลอกลวงโอนเงินจากบริษัทท่องเที่ยวชื่อดังในพื้นที่อำเภอแม่ริม ส่งผลให้ธุรกิจได้รับความเสียหายคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 800,000 บาท
คดีนี้เริ่มเกิดขึ้นช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้เสียหายเป็นนักธุรกิจด้านการท่องเที่ยวรายหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากพบระบบการเงินของบริษัทผิดปกติ ถูกกลุ่มมิจฉาชีพแอบลักลอบเข้าไปตั้งค่าในระบบโอนเงิน แล้วใช้อุบายหลอกลวงให้ผู้มีอำนาจอนุมัติรายการหลงเชื่อว่าเป็นธุรกรรมตามปกติ จนกดยืนยันการโอนเงินออกไป
เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดจึงพบว่าเงินถูกโอนไปยังบัญชีปลายทางที่บริษัทไม่เคยติดต่อหรือทำธุรกรรมด้วยมาก่อน ผู้เสียหายจึงมั่นใจว่าถูกแก๊งมิจฉาชีพเจาะระบบเข้ามาหลอกลวงผ่านคอมพิวเตอร์อย่างแน่นอน
หลังรับแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แกะรอยตามเส้นทางการเงินอย่างกระชั้นชิดจนพบว่ามีบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในครั้งนี้จำนวน 2 บัญชี พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การอนุมัติหมายจับ และสามารถบุกรวบตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 รายได้พร้อมกันเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569
พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาหนักร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคารเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
สอบสวนหนึ่งในผู้ต้องหาให้การรับสารภาพหมดเปลือก อ้างว่าตนรู้จักกับชายชาวต่างชาติคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ชักชวนให้นำบัญชีธนาคารของคนสนิทไปใช้เป็นบัญชีม้าคอยรับโอนเงิน แลกกับการที่จะได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์ ต่อมาเมื่อมีเงินก้อนโตจำนวน 800,000 บาทของบริษัททัวร์โอนเข้ามาในบัญชีจริง ตนหักหลังชาวต่างชาติคนดังกล่าว ไม่ได้โอนเงินต่อให้ตามที่ตกลงไว้ แต่นำไปใช้ซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ นำไปใช้จ่ายส่วนตัว เที่ยวเตร่ และนำไปถลุงเล่นการพนันออนไลน์แทน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด และกำลังเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อสาวให้ถึงตัวการใหญ่ผู้บงการอยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


