ศูนย์ข่าวนครราชสีมา – ตะลึงอีก! ผู้ใหญ่บ้านหนองเสือบอง อ.ครบุรี โคราช เก็บรวบรวมขวานหินขัดโบราณได้กว่า 50 อัน พร้อมวัตถุโบราณอีกจำนวนมาก ทั้งเครื่องมือเหล็ก โลหะหลอม ลูกปัดแก้วสีส้ม และเครื่องปั้นดินเผา คาดอายุหลายพันปีในยุคก่อนประวัติศาสตร์เช่นเดียวกับ “แหล่งโบราณคดีมูลบน 1” ที่พบ “ภาชนะพิมายดำ” สภาพสมบูรณ์เต็มใบ อายุ 2,500ปี หวังเก็บไว้สร้างพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ครบุรี
วันนี้ ( 12 ก.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเมื่อวันที่ 9 ก.ค.69 ที่ผ่านมา ในพื้นที่อำเภอครบุรี จ.นครราชสีมา ได้มีการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์และชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์โบราณ รวมถึงหลักฐานทางโบราณคดีอย่าง ภาชนะพิมายดำ สภาพสมบูรณ์เต็มใบ ที่ทางเจ้าหน้าที่จากสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา สันนิษฐานว่า อยู่ในยุคอารยธรรมโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย สมัยเหล็ก มีอายุอยู่ในช่วง 2,500-1,500 ปี กลางเขื่อนมูลบน ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา พร้อมตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า “แหล่งโบราณคดีมูลบน 1” หลังจากที่น้ำภายในเขื่อนลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บโบราณวัตถุและโครงกระดูกมนุษย์โบราณ ลูกปัดแก้วสีส้ม เครื่องมือเหล็ก รวมถึงขวานหินโบราณ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย สมัยเหล็ก ซึ่งเก็บได้จากบริเวณเดียวกันกลับไปศึกษาและส่วนหนึ่งนำไปเก็บรักษาไว้ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์
ล่าสุดทาง นายไพโรจน์ สุ่มมาตย์ ผู้ใหญ่บ้านหนองเสือบอง หมู่ที่ 4 ต.อรพิมพ์ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ได้นำวัตถุที่มีลักษณะคล้ายขวานหินขัดโบราณยุคก่อนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ที่มีการสำรวจพบที่บริเวณเขื่อนมูลบน ออกมาโชว์เพื่อให้ผู้ที่มีความรู้หรือนักโบราณคดี มาช่วยตรวจสอบกว่า 50 อัน นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือเหล็ก โลหะหลอม ลูกปัดแก้วสีส้ม และเครื่องปั้นดินเผาอีกจำนวนหนึ่งด้วย โดยทางผู้ใหญ่บ้านหนองเสือบองบอกว่า ขวานหินขัดพวกนี้ตัวเองเก็บรวบรวมมาไว้นานกว่า 10 ปีแล้ว
นายไพโรจน์ สุ่มมาตย์ ผู้ใหญ่บ้านหนองเสือบองเล่าให้ฟังว่า ขวนหินขัดและวัตถุโบราณต่างๆ ตัวเองใช้เวลาในการเก็บรวบรวมมากว่า 10 ปีแล้ว เนื่องจากก่อนหน้านี้ตัวเองมีอาชีพขับรถไถรับจ้างปรับที่นา จึงมีโอกาสพบกับสิ่งโบราณใต้ดินเป็นประจำ และก็เก็บมารักษาไว้ด้วยความชื่นชอบส่วนตัว และครั้งหนึ่งเมื่อประมาณปี พ.ศ.2553 ได้ไปปรับที่นาของชาวบ้านบริเวณจุดที่เรียกว่าโนนเก่าท้ายหมู่บ้านหนองเสือบอง ก็ไปพบเข้ากับเครื่องมือเหล็กจำนวนหนึ่ง รวมถึงโครงกระดูกมนุษย์โบราณ และ ไหโบราณ จึงแจ้งให้ทางเทศบาลตำบลอรพิมพ์ให้ช่วยประสานเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรเข้ามาช่วยตรวจสอบ และได้รับคำตอบว่าวัตถุโบราณหลายชิ้นเป็นภาชนะพิมายดำ และ เก็บตัวอย่างไปศึกษาแล้ว
ส่วนวัตถุโบราณต่างๆที่อยู่ในมือตัวเองเหล่านั้น ตัวเองเก็บรวบรวมเอาไว้หลังจากที่ได้ไปพบเจอจากการรับจ้างปรับที่ดินให้ชาวบ้านในหลายพื้นที่ ซึ่งมีทั้งขวานหินขัด ไหโบราณ ลูกปัด และเครื่องมือเหล็ก โดยเฉพาะขวนหินขัดนั้นเจอบ่อยจนสามารถเก็บรวบรวมมาได้กว่า 50 ชิ้น ซึ่งมีหลากหลายรูปทรง ด้วยความชอบและหวังที่จะรวบรวมเอาไว้เพื่อให้สักวันหนึ่งจะได้มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยตรวจสอบยืนยันถึงความเก่าแก่และความเป็นไปเป็นมา และนำไปสู่การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ประจำอำเภอ เพื่อเก็บรวบรวมโบราณวัตถุเหล่านี้เอาไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาเรียนรู้สืบต่อไปในอนาคต


