ศูนย์ข่าวขอนแก่น - CEA ผนึกเครือข่าย 20 จังหวัดเปิดเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569 พร้อมประกาศยกระดับเทศกาลสู่ Creative Business Platform เชื่อมโยงทุนวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพของผู้คนเข้ากับโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือของทุกภาคส่วน ตอกย้ำบทบาทของอีสานในฐานะภูมิภาคแห่งโอกาส ความหวัง และอนาคต คาดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 800 ล้านบาท ดึงผู้คนร่วมงานกว่า 280,000 คน
เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. วันนี้ (11 ก.ค.) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ผนึกกำลังเครือข่าย 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดงาน “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569” หรือ “Isan Creative Festival 2026” (ISANCF2026) โดยจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 งานปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “นอร์ทอีสเดิ้น : NORTHEAST MODERN พร้อมสรรพ | ปรับตัว | ม่วนมิตร” พร้อมประกาศยกระดับเทศกาลสู่ “Creative Business Platform” ที่เชื่อมโยงทุนวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพของผู้คน เข้ากับโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือของทุกภาคส่วน ตอกย้ำบทบาทของอีสานในฐานะภูมิภาคแห่งโอกาส ความหวัง และอนาคต
โดยตลอด 9 วันของเทศกาลฯ จะมีนักสร้างสรรค์จากภาคอีสานและภูมิภาคอื่นๆ เข้าร่วมกว่า 100 คน เครือข่ายต่างประเทศกว่า 16 ประเทศ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 280,000 คน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท
นายโกศล ปัทมะ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะในภูมิภาคอย่าง ‘ภาคอีสาน’ ที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่แข็งแรง ทั้งภูมิปัญญา อาหาร งานหัตถกรรม และวิถีชีวิตของผู้คน สิ่งสำคัญคือการต่อยอดต้นทุนเหล่านี้ให้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง ตลอดการจัดเทศกาลฯ ที่ผ่านมา เราได้เห็นตัวอย่างที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นสู่มาตรฐานใหม่ การพัฒนางานหัตถกรรมให้กลายเป็นสินค้าที่เข้าถึงตลาดได้กว้างขึ้น
รวมถึงการนำเรื่องเล่าและวิถีชีวิตของท้องถิ่นอีสานเข้าสู่อุตสาหกรรมคอนเทนต์ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าอีสานไม่ได้มีเพียงต้นทุนที่โดดเด่น แต่มีศักยภาพในการเปลี่ยนต้นทุนนั้นให้เป็นโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจได้จริง
ขณะที่ ดร.ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA กล่าวว่า “ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เทศกาลอีสานสร้างสรรค์สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสะสมกว่า 2,277 ล้านบาท แต่สิ่งที่มีคุณค่าไม่แพ้ตัวเลข คือการทำให้ผู้คนเริ่มมองเห็นศักยภาพของ ‘อีสาน’ ในมิติใหม่ ปีนี้ CEA จึงยกระดับเทศกาลฯ สู่ Creative Business Platform ที่เชื่อมโยงทุนวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และศักยภาพของผู้คน เข้ากับโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือใหม่ ๆ เพื่อผลักดันให้อีสานเติบโตในฐานะภูมิภาคแห่งโอกาส ความหวัง และอนาคต”
เพื่อต่อยอดเป้าหมายดังกล่าว เทศกาลฯ ปีนี้จึงมุ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน Business Matching Programs การเจรจาจับคู่ธุรกิจ เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการเชื่อมโยงเครือข่ายกับพันธมิตรจาก 16 ประเทศ พร้อมรวบรวมกิจกรรมกว่า 200 โปรแกรม ที่ส่งเสริม 3 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการต่อยอดอัตลักษณ์อีสานสู่อุตสาหกรรมเกมและคอนเทนต์ การถอดรหัสภูมิปัญญาอาหารอีสานสู่โอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมอาหาร การต่อยอดงานหัตถกรรมสู่ดีไซน์ในแนวคิดใหม่ และการนำเสนอแนวคิดการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของผู้คน
นอกจากนี้ CEA ยังขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านความคิดสร้างสรรค์ในภาคอีสานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการดำเนินการจัดตั้ง New TCDC อีก 7 แห่ง ได้แก่ นครราชสีมา ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด สกลนคร และหนองคาย เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และบ่มเพาะนักสร้างสรรค์ในพื้นที่ ส่งผลให้ระบบนิเวศสร้างสรรค์ของอีสานไม่ได้จำกัดอยู่แค่ช่วงเทศกาลฯ แต่ขยายโอกาสไปยังจังหวัดอื่นๆ ในภูมิภาค
ดร.ชาคริตกล่าวเพิ่มเติมว่า “เทศกาลฯ ปีนี้จะเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ได้จริง นักลงทุนและกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์ได้เห็นโอกาส ขณะเดียวกันผู้ประกอบการและนักออกแบบในพื้นที่ได้ต่อยอดสินค้า บริการ และความร่วมมือ ชุมชนท้องถิ่นได้แสดงศักยภาพในการต่อยอดของทุนวัฒนธรรมและภูมิปัญญา
“สำคัญที่สุด คนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน นักออกแบบ ได้มองบ้านเกิดเป็นพื้นที่แห่งโอกาส เทศกาลนี้จึงทำหน้าที่มากกว่าพื้นที่จัดแสดงผลงาน แต่เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้เรียนรู้ สร้างเครือข่าย ทดลองไอเดีย และต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพที่เติบโตได้จากภูมิภาคของตนเอง” ดร. ชาคริตกล่าว
รายงานเพิ่มเติมระบุว่า เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569 มีการจัดแสดงราว 200 กิจกรรม ใน 7 รูปแบบ ครอบคลุมทั้งกิจกรรมวิชาการสร้างสรรค์, แพลตฟอร์มธุรกิจสร้างสรรค์, นิทรรศการ, เสวนาและเวิร์กชอป, อีเวนต์และโปรแกรมบันเทิง, ตลาดสร้างสรรค์ดีคัก (D-KAK Market) และกิจกรรมพัฒนาย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จัดยาว 9 วัน ระหว่างวันที่ 11-19 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00-21.00 น. ใน 4 พื้นที่หลักของจังหวัดขอนแก่น ประกอบด้วย TCDC ขอนแก่น, เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส, ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ศรีจันทร์ และศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ (KICE) รวมถึงพื้นที่สร้างสรรค์อื่นๆ ทั่วภาคอีสาน


