สมุทรสงคราม – นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสงคราม ศูนย์วิจัยชุมชนตำบลแควอ้อม และบริษัท เจียไต๋ จำกัด ลงพื้นที่ติดตามและวางแนวทางฟื้นฟู "ลิ้นจี่ค่อมโบราณ" อายุประมาณ 220-230 ปี ภายในสวนลิ้นจี่ 200 ปี ตำบลแควอ้อม อำเภออัมพวา หลังพบต้นลิ้นจี่ประวัติศาสตร์เริ่มมีสภาพทรุดโทรม โดยเฉพาะบริเวณยอดต้นที่แห้งตายและไม่สมบูรณ์
ศ.ดร.คณพล จุฑามณี หัวหน้าโครงการวิจัยและถ่ายทอดองค์ความรู้การแก้ปัญหาดอกและผลอ่อนร่วงในลิ้นจี่พันธุ์ค่อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการนำองค์ความรู้ด้านพืชสวนและเทคโนโลยีการบำรุงรักษาต้นไม้เข้ามาช่วยฟื้นฟูต้นลิ้นจี่โบราณ พร้อมสาธิตวิธีการดูแลให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและยืดอายุของต้นไม้ที่ถือเป็นมรดกสำคัญของจังหวัด
ศ.ดร.คณพล กล่าวว่า ลิ้นจี่ค่อมโบราณทั้ง 2 ต้น ถือเป็นสัญลักษณ์ของตำบลแควอ้อม และมีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ การเกษตร และการท่องเที่ยว โดยเมื่อปี 2530 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เคยเสด็จทอดพระเนตรต้นลิ้นจี่แห่งนี้ จึงนับเป็นมรดกของชุมชนที่ควรได้รับการอนุรักษ์ให้คงอยู่ต่อไป
ด้านนายชัยยันต์ เจียมศิริ ประธานศูนย์วิจัยชุมชนตำบลแควอ้อม กล่าวว่า ศูนย์วิจัยชุมชนได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สภาเกษตรกรจังหวัด และจังหวัดสมุทรสงคราม ภายใต้การสนับสนุนของนายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม และนายเจษฏา ญาณประภาศิริ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม ศึกษาวิจัยเพื่อแก้ปัญหาการออกดอกและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตลิ้นจี่ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด
ที่ผ่านมา เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง อุณหภูมิสูงขึ้น และฤดูหนาวที่สั้นลง ส่งผลให้ลิ้นจี่ออกดอกลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงมีการศึกษาการใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตและนวัตกรรมทางการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อหาแนวทางกระตุ้นการออกดอก ติดผล และยกระดับคุณภาพผลผลิต
ขณะที่นายสมชาย เนาสราญ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท เจียไต๋ จำกัด เปิดเผยว่า เบื้องต้นคาดว่าปัญหาของต้นลิ้นจี่โบราณอาจเกี่ยวข้องกับระบบราก แต่ยังจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากต้นมีขนาดใหญ่และมีอายุมาก การตรวจสอบต้องอาศัยทั้งการสำรวจภาคสนามและข้อมูลทางวิชาการประกอบกัน
ทั้งนี้ บริษัทเจียไต๋พร้อมสนับสนุนการฟื้นฟูต้นลิ้นจี่โบราณ โดยจะเริ่มศึกษาจากต้นลิ้นจี่อายุกว่า 200 ปีในตำบลแควอ้อมเป็นลำดับแรก พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางการดูแลรักษาให้แก่ผู้ดูแลสวนอย่างใกล้ชิด
การฟื้นฟูต้นลิ้นจี่โบราณในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์ต้นไม้ประวัติศาสตร์อายุกว่าสองศตวรรษแล้ว ยังอาจนำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ในการแก้ปัญหาลิ้นจี่ออกดอกยาก ซึ่งสามารถขยายผลไปยังสวนลิ้นจี่ทั่วจังหวัดสมุทรสงคราม และช่วยสืบสานอัตลักษณ์ "เมืองลิ้นจี่แม่กลอง" ให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน.


