พระนครศรีอยุธยา – ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำกำลังร่วมตำรวจ ปทส. และกรมป่าไม้ บุกตรวจค้นโรงเลื่อยใน จ.พระนครศรีอยุธยา อายัดไม้ต้องสงสัยพร้อมตรวจยึดเลื่อยโซ่ยนต์ 5 เครื่อง หลังพบเบาะแสเชื่อมโยงขบวนการลักลอบค้าไม้จากภาคเหนือ เตรียมขยายผลเอาผิดเครือข่ายทั้งหมด
วันนี้( 10 ก.ค.) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงฯ พร้อมนายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ร่วมกับ พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นำหมายค้นศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าตรวจสอบโรงเลื่อยแห่งหนึ่งในพื้นที่
จากการตรวจค้นพบรถพ่วงบรรทุกไม้ 1 คัน ภายในบรรทุกไม้หวงห้ามจำนวนหนึ่ง โดยผู้ครอบครองนำเอกสารรับรองว่าเป็นไม้จากที่ดินกรรมสิทธิ์มาแสดง แต่เจ้าหน้าที่พบข้อพิรุธเกี่ยวกับแหล่งที่มาของไม้ จึงอายัดไม้ทั้งหมดไว้เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด
นอกจากนี้ ภายในโรงเลื่อยยังพบเลื่อยโซ่ยนต์พร้อมใช้งานจำนวน 5 เครื่อง ซึ่งผู้ครอบครองไม่สามารถแสดงใบอนุญาตครอบครองเลื่อยโซ่ยนต์ (ลซ.3) ได้ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้ดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ. 2545
พล.ต.ต.นันทชาติ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนร่วมกันของตำรวจ ปทส. กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งติดตามเครือข่ายลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ภาคเหนือมาระยะหนึ่ง จนสามารถขยายผลพบปลายทางของไม้ที่ถูกลักลอบขนส่งมายังโรงเลื่อยแห่งนี้
ด้าน พล.ต.ต.เอนก กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามรถบรรทุกไม้ประดู่ขนาดใหญ่จำนวน 10 ท่อน ซึ่งมีรถยนต์ทำหน้าที่นำทางจากพื้นที่ภาคเหนือ ก่อนสกัดจับและขยายผลจนเชื่อมโยงมายังโรงเลื่อยแห่งนี้ เบื้องต้นมีข้อมูลว่ามีผู้เกี่ยวข้องในขบวนการเกือบ 10 ราย และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบไม้ทั้งหมดภายในโรงเลื่อย เพื่อพิสูจน์แหล่งที่มา ความถูกต้องของเอกสาร การครอบครอง การเคลื่อนย้าย และการแปรรูป หากพบว่าไม้ส่วนใดไม่มีหลักฐานหรือได้มาโดยมิชอบ จะดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องและเครือข่ายทั้งหมด
ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยืนยันเดินหน้าบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานในการปราบปรามขบวนการลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง พร้อมขยายผลไปถึงผู้บงการและผู้ได้รับผลประโยชน์ เพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการกฎหมาย และตัดวงจรการค้าไม้ผิดกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม


