ลำปาง - ตำรวจลำปางหอบสำนวน-คุมตัว “ลุงเดช” อดีต ผช.ผญบ.เมาแล้วขับกระบะชนเก๋งวีออสขาวไถลชน “น้องเติมฝัน เสียชีวิต-แม่เมย์ สาหัส” ส่งอัยการ ฟ้อง 4 ข้อหาหนัก พอเจ้าตัวเห็นนักข่าวดักรอรีบวิ่งหนีไม่คิดชีวิต-บัตร ปชช.หล่นยังไม่ยอมเก็บ แถมทิ้งร่มไว้คาบันได สนง.อัยการ แล้วโบกรถสองแถวกลับทันที
ความคืบหน้ากรณีอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ต.พิชัย อ.เมืองลำปาง เมาแล้วขับ รถเสียหลักพุ่งชนรถเก๋งวีออสสีขาวที่จอดอยู่ข้างถนนสายลำปาง-งาว ก่อนที่รถเก๋งจะไถลพุ่งชน “น้องเติมฝัน” หนูน้อยวัย 2 ขวบ เสียชีวิต เพิ่งประกอบพิธีฌาปนกิจศพของน้องไปเมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา แม่เมย์ ที่กำลังจูงมือลูก (น้องเติมฝัน) ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องพักฟื้นและทำกายภาพบำบัดอีกไม่ต่ำกว่าครึ่งปี ขณะที่พ่อดุ๊ก ที่เดินห่างสองแม่ลูกเล็กน้อย ได้รับบาดเจ็บด้วย เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงวันนี้รวมระยะเวลา 32 วัน ทางครอบครัวพ่อดุ๊ก-แม่เมย์ รวมถึงเจ้าของรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายอีก 2 คัน ทั้งรถเก๋งวีออสขาว-กระบะติดตู้ทึบ ยังไม่ได้รับการเยียวยาจากฝ่ายผู้ก่อเหตุแต่อย่างใดนั้น
ล่าสุดวันนี้ (10 ก.ค.) พ.ต.ท.วิเชียร ใจสันกลาง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง ได้ส่งสำนวนส่งฟ้อง พร้อมส่งตัวนายเดช อายุ 57 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลพิชัย อ.เมืองลำปาง ผู้ต้องหาคนขับรถคันต้นเหตุ 4 ข้อหาหนัก ทั้งฐานขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย ให้อัยการเพื่อส่งฟ้องต่อศาลแล้ว
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ไปรอบริเวณหน้าสำนักงานอัยการจังหวัดลำปางตั้งแต่เช้า แต่ปรากฏว่าเมื่อนายเดชเดินทางมาถึง และเห็นนักข่าว ได้เดินเลี่ยงและใช้ร่มบังเดินไปขึ้นบันไดด้านสำนักงานแทน ทำให้ผู้สื่อข่าวมองไม่เห็นและนั่งรออยู่ด้านหน้าสำนักงานกว่า 2 ชั่วโมง จนต้องถาม จนท.ว่าผู้ต้องหามารายงานตัวหรือยัง จึงทราบว่ามาแล้ว
จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงรออยู่หน้าสำนักงาน จนกระทั่ง เวลา 11.45 น. นายเดชซึ่งสวมเสื้อแขนสั้นสีดำ กางเกงขายาว สวมหมวกใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ก็เดินลงมาจากบันได จึงเดินไปหาเพื่อสอบถามและเปิดโอกาสให้นายเดชได้พูดอะไรที่อยากจะพูด
แต่เมื่อนายเดชเห็นนักข่าวก็เดินเลี่ยงขึ้นฟุตปาธติดตัวอาคารสำนักงาน ผู้สื่อข่าวจึงเดินตามไปสอบถาม นายเดชได้แต่ส่ายหน้าและออกเสียงเพียงว่า..อึ๊ อึ๊..(ไม่ ไม่) ก่อนที่จะเดินและวิ่งหนีนักข่าวทันที โดยมุ่งตรงไปเข้าห้องน้ำแต่บังเอิญประตูปิดไม่ได้จึงรีบวิ่งหนีออกไปทางประตูทางออกของมิวเซียม
แต่ช่วงที่นายเดชวิ่ง..บัตรประชาชนได้หลุดจากมือ ขณะที่เจ้าตัวก็ยังจะวิ่งต่อ ผู้สื่อข่าวจึงเรียกและบอกว่า..บัตรตก และช่วยหยิบไปคืนให้ก่อนที่นายเดชจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกทางประตูทางออกของมิวเซียม โดยหันหลังมามองเป็นระยะแล้วโบกรถสองแถวไปทันที ลืมแม้กระทั่งร่มที่ถือมาในตอนแรกไว้ที่ทางขึ้นบันไดสำนักงานอัยการด้วย


