สมุทรสงคราม - สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ เดินหน้า ศึกษาเส้นทางรถไฟวันเดย์ทริป กรุงเทพฯ–ราชบุรี–สมุทรสงคราม เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง พร้อมเดินหน้าปั้นเทศกาลอัตลักษณ์ท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน
นายนิทรารัตน์ แพทย์วงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม เผยว่าค่ำวานนี้ (9 ก.ค.) มีการประชุม ประชุมคณะกรรมการ ที่ปรึกษา และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ที่โรงแรมเออร์บาน่าเฮาส์ จ.สมุทรสงคราม
โดยในที่ประชุมได้หารือการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการรถไฟท่องเที่ยวพิเศษในรูปแบบวันเดย์ทริป เส้นทางกรุงเทพฯ–ราชบุรี–สมุทรสงคราม หลังพบว่ารถไฟท่องเที่ยวในเส้นทางยอดนิยม เช่น เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ หัวหิน และกาญจนบุรี ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางซ้ำอย่างต่อเนื่อง โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 4,000 บาทต่อคน ครอบคลุมอาหาร เครื่องดื่ม และบริการรับส่งตลอดเส้นทาง
เบื้องต้นมีแนวคิดให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) มาลงที่จังหวัดราชบุรี ก่อนเดินทางต่อด้วยรถบัสเข้าสู่จังหวัดสมุทรสงคราม หรือแบ่งโปรแกรมท่องเที่ยวระหว่างราชบุรีและสมุทรสงครามอย่างละครึ่งวัน เพื่อเพิ่มความหลากหลายของเส้นทางท่องเที่ยว
ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว สวนเกษตร และจุดจำหน่ายสินค้าชุมชนที่มีศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้เกษียณอายุ และเจ้าของธุรกิจที่มีกำลังซื้อสูง โดยรถไฟหนึ่งขบวนสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 180 คน จึงต้องเตรียมความพร้อมด้านการบริการอย่างรอบด้าน
สำหรับบรรยากาศบนขบวนรถไฟ จะจัดกิจกรรมสันทนาการและการแสดงดนตรีสดตลอดการเดินทาง เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ผ่อนคลายและตอบโจทย์นักท่องเที่ยววัยผู้ใหญ่
นายนิทรารัตน์ กล่าวว่า หากสามารถผลักดันเส้นทางรถไฟท่องเที่ยวเข้าสู่จังหวัดสมุทรสงครามได้ จะเป็นโอกาสสำคัญในการดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้าพื้นที่ โดยเฉพาะในวันธรรมดา ช่วยกระจายรายได้สู่ร้านอาหาร ตลาดท้องถิ่น ชุมชน และผู้ประกอบการ พร้อมต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเมืองแม่กลองให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือแนวทางจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ทั้งการจัดคอนเสิร์ตขนาดกลางเพื่อหารายได้สนับสนุนงานด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการผลักดันเทศกาลใหม่ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัด โดยเฉพาะสินค้าเด่นอย่าง “มะพร้าว” และ “เกลือสมุทร”
อีกหนึ่งข้อเสนอที่ได้รับความเห็นชอบในหลักการ คือการจัดงานเทศกาล “มะพร้าว–ดอกเกลือ” ควบคู่กับแนวคิดพัฒนา “ถนนดอกเกลือ” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อสร้างแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด โดยจะมีการประชุมติดตามรายละเอียดและความคืบหน้าในระยะต่อไป


