xs
xsm
sm
md
lg

ปธ.กมธ.ท่องเที่ยว ปัดฝุ่นแหล่งท่องเที่ยวร้าง เร่งบูรณาการทุกหน่วยงาน ฟื้นพื้นที่สร้างรายได้ชุมชน-เศรษฐกิจประเทศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นครปฐม - “สินธพ แก้วพิจิตร” ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาฯ เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือแนวทางฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวรกร้างทั่วประเทศ ชี้ปัญหาหลักไม่ใช่แค่งบประมาณ แต่เป็นความซ้ำซ้อนด้านกฎหมายและเจ้าภาพดูแล หวังปลดล็อกพื้นที่ศักยภาพกลับมาสร้างรายได้ให้ชุมชนและประเทศ

วันนี้( 9 ก.ค.) ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี พันโท สินธพ แก้วพิจิตร สส.นครปฐม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธาน ได้พิจารณาแนวทางฟื้นฟูและบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกทิ้งร้าง โดยเชิญผู้แทนจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมศิลปากร เข้าร่วมให้ข้อมูลและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา

ที่ประชุมได้หารือถึงอุปสรรคในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งที่ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อกำหนดแนวทางบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และผลักดันให้แหล่งท่องเที่ยวกลับมาสร้างรายได้แก่ชุมชนและเศรษฐกิจของประเทศ

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ชี้แจงว่า สาเหตุสำคัญของปัญหาแหล่งท่องเที่ยวร้าง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังการก่อสร้างและส่งมอบทรัพย์สินให้กรมธนารักษ์แล้ว แต่ยังไม่มีหน่วยงานเข้ารับผิดชอบดูแลอย่างชัดเจน ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและติดปัญหาขั้นตอนทางกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ ทำให้สิ่งปลูกสร้างหลายแห่งถูกปล่อยทิ้งจนเสื่อมโทรม

อพท.ระบุว่า ปัจจุบันได้ปรับแนวทางดำเนินงาน โดยกำหนดความชัดเจนตั้งแต่เริ่มโครงการ ทั้งเรื่องพื้นที่ก่อสร้าง การส่งมอบทรัพย์สิน และแผนบริหารจัดการ ร่วมกับกรมธนารักษ์ หน่วยงานเจ้าของงบประมาณ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมศึกษาแนวทางความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ด้านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นตรงกันว่า ก่อนฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกทิ้งร้าง จำเป็นต้องตรวจสอบสถานะการใช้ประโยชน์ที่ดินให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยหากเป็นพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตแล้ว หน่วยงานเจ้าของทรัพย์สินต้องรับผิดชอบดูแลหรือดำเนินการโอนตามระเบียบของกรมธนารักษ์ แต่หากเป็นพื้นที่บุกรุกหรือใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องดำเนินคดีและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างก่อน จึงจะสามารถพัฒนาพื้นที่ต่อได้

สำหรับโบราณสถานและแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรม กรมศิลปากรระบุว่า ปัจจุบันมีโบราณสถานในฐานข้อมูลกว่า 8,500 แห่งทั่วประเทศ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัคร และภาคประชาชน เพื่อร่วมอนุรักษ์และดูแล เนื่องจากกรมศิลปากรเพียงหน่วยงานเดียวไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง

คณะกรรมาธิการฯ มีข้อสังเกตว่า ปัญหาการปล่อยให้แหล่งท่องเที่ยวรกร้างไม่ได้เกิดจากการขาดงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความไม่ชัดเจนของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ การก่อสร้างโดยไม่มีแผนบริหารจัดการหลังส่งมอบ รวมถึงข้อจำกัดด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ส่งผลให้พื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวจำนวนมากยังไม่สามารถพัฒนาได้เต็มศักยภาพ

ทั้งนี้ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานงานเพื่อกำหนดแนวทางและความรับผิดชอบให้ชัดเจน พร้อมผลักดันการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวรกร้างให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้แก่ชุมชน และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศต่อไป.