มหาสารคาม -ชมรมข้าราชการบำนาญ รพ.มหาสารคาม รวมตัวยื่นหนังสือถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จี้ตรวจสอบการบริหารงบประมาณของ ผอ.โรงพยาบาล หลังปล่อยให้เกิดปัญหาขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์ขั้นวิกฤต ยาวนานร่วม 2-3 ปี จนคนไข้เดือดร้อนหนัก แต่กลับพบพิรุธทุ่มงบประมาณไปกับการปรับปรุงอาคารและจัดซื้อครุภัณฑ์เกินความจำเป็น แฉส่งเรื่องร้องเรียนไปตั้งแต่วันที่ 5 เดือนก่อน เรื่องกลับเงียบเป็นเป่าสาก ไร้การตรวจสอบอย่างมีเงื่อนงำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2569 ชมรมข้าราชการบำนาญ โรงพยาบาลมหาสารคาม ได้ออกแถลงการณ์ "สารจากชมรมข้าราชการบำนาญฯ ครั้งที่ 1" ลงวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เพื่อเรียกร้องให้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนที่สุด เนื่องจากสถานการณ์ภายในโรงพยาบาลเข้าขั้นวิกฤต และส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนผู้รับบริการ
ในแถลงการณ์ระบุพฤติการณ์ที่น่าเคลือบแคลงสงสัยว่า ตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาสารคาม กลับไม่ได้รับยาตามใบสั่งแพทย์ โดยเฉพาะยาสำคัญที่ไม่ควรขาด เช่น ยาฉีดอินซูลิน, ยาฉีดรักษาข้อเข่าเสื่อม, ยารักษาโรคต้อหิน และยารักษาโรคต่อมลูกหมากโต ส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่สามารถควบคุมโรคได้ บีบให้คนไข้ต้องแบกรับภาระเดินทางไปรับยาที่โรงพยาบาลอื่น หรือถูกนัดให้มารับวันหลัง ทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ
ไม่เพียงเท่านั้น ข้อมูลจากบุคลากรด่านหน้า ทั้งแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ต่างสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า โรงพยาบาลขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์จำเป็นในการรักษาขั้นพื้นฐานอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็น ถุงมือ, เข็มฉีดยา, ไซริงจ์, สายให้สารน้ำยาเคมีบำบัด รวมไปถึงเลนส์ตาเทียม
แหล่งข่าวภายในระบุว่า สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากการที่โรงพยาบาลมี หนี้ค้างชำระค่ายาและเวชภัณฑ์ สะสมเป็นจำนวนมหาศาล จนบริษัทยารายใหญ่หลายแห่งพากันหยุดส่งสินค้าให้โรงพยาบาล ซึ่งนำมาสู่คำถามสำคัญว่า เงินงบประมาณที่ควรจะนำไปจ่ายค่ายาเพื่อช่วยชีวิตคนไข้ หายไปไหนหมด
เมินจ่ายหนี้ยามารีโนเวทตึก-แต่งตัวเลขหนี้ต่ำกว่าจริง
สิ่งที่ทำให้ชมรมข้าราชการบำนาญฯ และเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลตั้งข้อสงสัยถึงความโปร่งใสและปัญหาธรรมาภิบาลของผู้บริหารรายนี้ คือการจัดสรรงบประมาณที่ดู "ผิดฝาผิดตัว" และไร้สามัญสำนึก โดยพบว่า ในขณะที่โรงพยาบาลไม่มีเงินจ่ายค่ายาและอุปกรณ์แพทย์ แต่กลับมีการอนุมัติงบประมาณจำนวนมากไปลงทุนในสิ่งที่มีความจำเป็นน้อยกว่า เช่น การปรับปรุงแต่งอาคารสถานที่ และการจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์ทางการแพทย์หลายรายการที่เกินความจำเป็น
งานนี้จึงเกิดคำถามตามมาขนานใหญ่ว่า มีการจ่ายชำระหนี้สินเรียงตามลำดับการก่อหนี้อย่างโปร่งใสตามระเบียบราชการหรือไม่, มีกระบวนการ "หมกเม็ด" รายงานภาระหนี้สินของโรงพยาบาลให้กระทรวงทราบ "ต่ำกว่าความเป็นจริง" เพื่อรักษาเก้าอี้หรือไม่และเหตุใดผู้ปฏิบัติงานทำบันทึกแจ้งปัญหาถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลายครั้ง แต่กลับถูกเพิกเฉย ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ
จี้ปลัด สธ.ลุยสอบวินัย
ที่น่าอนาถใจไปกว่านั้น มีรายงานว่าก่อนหน้านี้ได้มีผู้ทำหนังสือร้องเรียนพฤติกรรมของผู้อำนวยการโรงพยาบาลรายนี้ ส่งตรงถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เพื่อขอให้ลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นการด่วน
แต่ทว่าผ่านมานานถึง 5 เดือนเต็มๆ เรื่องกลับเงียบสนิทเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น! ไม่มีแม้แต่เงาของคณะกรรมการตรวจสอบจากส่วนกลางลงพื้นที่มาสอบถามข้อเท็จจริงจากแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรผู้ปฏิบัติงานจริงที่กำลังเผชิญความยากลำบากอยู่หน้างานแต่อย่างใด จนทำให้สังคมเริ่มตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นในกระทรวงหมอ? มีความพยายามช่วยเหลือเกื้อกูลกันในระบบพรรคพวกจนละเลยชีวิตประชาชนหรือไม่
ชมรมข้าราชการบำนาญ โรงพยาบาลมหาสารคาม จึงออกโรงเรียกร้องครั้งสุดท้าย ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขตื่นลืมตามาดูความเดือดร้อนของชาวบ้าน และสั่งการตรวจสอบทางวินัยและระเบียบราชการต่อผู้บริหารโรงพยาบาลแห่งนี้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เพื่อรักษาหน้าใคร แต่เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนที่ไม่มีทางเลือก รวมถึงเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพเสียที


