สมุทรสงคราม – สมาพันธ์ชาวนาเกลือทะเลแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ขอคุ้มครองชาวนาเกลือ 34 ราย หลังถูกดำเนินคดีกรณีใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณะใน ต.ลาดใหญ่ จ.สมุทรสงคราม ยืนยันชาวบ้านทำกินสืบทอดมาหลายชั่วอายุคน พร้อมขอพิสูจน์สิทธิก่อนเดินหน้าคดี และขู่ร้อง ป.ป.ช.-กสม.-ผู้ตรวจการแผ่นดิน หากจังหวัดยังดำเนินคดีต่อ
วันนี้ (8 ก.ค.) นางสาวเกตุแก้ว สำเภาทอง ประธานสมาพันธ์ชาวนาเกลือทะเลแห่งประเทศไทย (สกทท.) เข้ายื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เพื่อขอให้ตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมแก่ชาวนาเกลือในพื้นที่หมู่ 6, 8, 10 และหมู่ 11 ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม หลังถูกดำเนินคดีและขับไล่ออกจากพื้นที่ทำกิน ซึ่งเป็นที่ดินตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) ฉบับที่ 1327/2506 เนื้อที่ประมาณ 1,237 ไร่ 1 งานเศษ ที่กระทรวงมหาดไทยขึ้นทะเบียนเป็นหนองน้ำสาธารณประโยชน์
สมาพันธ์ชาวนาเกลือฯ ระบุว่า ชาวบ้านในพื้นที่ประกอบอาชีพทำนาเกลือและครอบครองพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องหลายชั่วอายุคน โดยบางรายมีหลักฐานแบบสำรวจเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) ตั้งแต่ปี 2509-2512 ซึ่งสะท้อนถึงการใช้ประโยชน์ในพื้นที่มาเป็นเวลานาน
ก่อนหน้านี้ สมาพันธ์ฯ ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ขอให้ระงับการออกหมายเรียกและการดำเนินคดีทั้งหมดไว้ก่อน จนกว่าจะมีการพิสูจน์สิทธิในที่ดินอย่างชัดเจน พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และใช้ผู้เชี่ยวชาญอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศเพื่อพิสูจน์การครอบครองและการทำประโยชน์ในพื้นที่อย่างเป็นธรรม
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 จังหวัดสมุทรสงครามได้จัดประชุมหารือร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สมาพันธ์ชาวนาเกลือฯ และชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดยืนยันว่าการดำเนินการต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมระบุว่าจะไม่มีชาวบ้านต้องถูกจำคุกจากกรณีดังกล่าว และจังหวัดพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านการประกันตัวหากมีความจำเป็น
อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมมีการเปิดเผยว่ามีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 34 ราย โดยดำเนินคดีไปแล้ว 5 ราย ส่วนอีก 29 รายอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมายและเตรียมออกหมายเรียกตามขั้นตอน ขณะเดียวกัน จังหวัดยังมีแนวคิดรักษาพื้นที่นาเกลือประมาณ 900 ไร่ไว้เป็นพื้นที่ผลิตเกลือทะเล พร้อมนำเสนอแนวคิดโครงการ "เมืองใหม่สมุทรสงคราม" ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่ นสล. แปลงเดียวกันเข้าสู่การพิจารณา
สมาพันธ์ชาวนาเกลือฯ เห็นว่า การดำเนินคดีควรชะลอไว้ก่อนจนกว่าจะพิสูจน์สิทธิในที่ดินแล้วเสร็จ พร้อมระบุว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นผู้บุกรุกพื้นที่ แต่เป็นผู้สืบทอดการทำกินจากบรรพบุรุษ จึงเห็นว่าหากรัฐจะใช้มาตรการทางกฎหมาย ควรจัดหาที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่ทำกินรองรับผู้ได้รับผลกระทบก่อน
นอกจากนี้ สมาพันธ์ฯ ยังประกาศว่า หากจังหวัดยังเดินหน้าดำเนินคดีกับชาวบ้านอีก 29 ราย จะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด และขอความเป็นธรรมแก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ
พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง คุ้มครองสิทธิของประชาชน และผลักดันให้มีการพิสูจน์สิทธิในที่ดินอย่างเป็นธรรม ก่อนมีการใช้ประโยชน์พื้นที่หรือดำเนินมาตรการทางกฎหมายเพิ่มเติมต่อไป.


