เชียงใหม่ - ทนายฯ พาผู้ปกครอง-เหยื่อผู้เสียหาย ขึ้นโรงพักหางดง แจ้งจับติวเตอร์สาว..ตระเวนโกงเงินค่ารับสอนพิเศษ ทั้งเด็กชั้นประถม ยันผู้ใหญ่เตรียมสอบ กพ.-ท้องถิ่น เคยเป็นข่าวฉาวในลำพูน จนต้องโร่ขอโทษขอไกล่เกลี่ย พอหากินลำบาก ย้ายหลอกเหยื่อเชียงใหม่ต่อ
วันนี้ (8 ก.ค.) นายสุวินิจ ลีลาวัฒน์ ทนายความ ได้นำตัวผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.หางดง เชียงใหม่ หลังตกเป็นเหยื่อของติวเตอร์สาวรายหนึ่งที่มีพฤติกรรมฉ้อโกงเงินค่าสอนพิเศษ ซึ่งผู้เสียหายรายนี้ถูกหลอกลวงให้โอนเงินค่าเรียนพิเศษสำหรับลูกชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เป็นจำนวนเงิน 8,500 บาท แต่ลูกกลับไม่ได้รับการสอนตามที่ได้ตกลงกันไว้
นายสุวินิจ ลีลาวัฒน์ ทนายความเปิดเผยถึงพฤติการณ์ของติวเตอร์สาวรายนี้ว่า มหากาพย์การหลอกลวงเกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 ซึ่งตนเคยรับทำคดีให้กับผู้เสียหายรายหนึ่งที่สูญเงินไปกว่า 20,000 บาท ซึ่งในขณะนั้นได้ตกเป็นข่าวดังจนติวเตอร์คนดังกล่าวต้องขอเข้ามาไกล่เกลี่ยและขอโอกาสแก้ไขตัวเอง แต่ท้ายที่สุดก็ยังคงกลับมาก่อเหตุซ้ำซาก
เมื่อไม่สามารถหลอกลวงผู้คนในพื้นที่จังหวัดลำพูนได้อีก จึงได้ย้ายเข้ามาก่อเหตุตระเวนหลอกเหยื่อในจังหวัดเชียงใหม่แทน ซึ่งตนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานของผู้เสียหายทั้งหมดเพื่อเข้าร้องเรียนต่อกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และเตรียมยื่นเรื่องส่งไปยังคุรุสภา เพื่อขอให้พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอย่างเด็ดขาด
ด้าน น.ส.จุฑามาศ อายุ 24 ปี ผู้เสียหายอีกรายที่ตกเป็นเหยื่อ เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับติวเตอร์สาวรายนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ไม่เคยพบตัวจริงมาก่อน และได้ตกลงว่าจ้างให้มาติวหนังสือเพื่อเตรียมสอบ ก.พ. ในราคา 5,000 บาท นัดหมายให้มาสอนที่แฟลตตำรวจภาค 5 เนื่องจากแฟนหนุ่มรับราชการตำรวจอยู่ที่นั่น โดยเริ่มนัดหมายตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
แต่เมื่อถึงเวลา ติวเตอร์คนดังกล่าวกลับเบี้ยวนัดและไม่ยอมมาสอน อ้างเหตุผลสารพัด เช่น ฝนตก น้ำท่วม เกิดอุบัติเหตุรถล้ม หรือแม่ไม่สบาย จนตนทนไม่ไหวต้องนำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ พร้อมกับดำเนินการอายัดบัญชีธนาคาร แต่หลังจากบัญชีถูกอายัด ติวเตอร์สาวกลับโทรศัพท์มาต่อว่าตน พร้อมตั้งคำถามหน้าตาเฉยว่าเมื่ออายัดบัญชีไปแล้วตนจะหาเงินจากที่ไหนมาคืนให้
จากการรวบรวมข้อมูลของกลุ่มผู้เสียหายพบว่า ติวเตอร์สาวรายนี้มักจะมีพฤติกรรมหลอกลวง โดยการไปสอนเพียงครั้งเดียวแล้วขาดการติดต่อไป หรือบางรายก็ไม่เคยไปสอนเลยแม้แต่ครั้งเดียว นอกจากนี้ยังมีเทคนิค-จิตวิทยาในการพูดจาด้วยน้ำเสียงเนิบช้าคล้ายกับการสอนเด็กนักเรียน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ดูน่าเชื่อถือ ทำให้มีเหยื่อหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายหลายรายเลือกที่จะไม่แสดงตัวเข้าแจ้งความเนื่องจากความอับอาย หรือมองว่ามูลค่าความเสียหายเพียงไม่กี่พันบาทจึงไม่คุ้มค่าที่จะจ้างทนายความฟ้องร้องดำเนินคดี
ขณะที่มีกระแสข่าวจากคนใกล้ชิดระบุว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ติวเตอร์สาวรายนี้ต้องตระเวนก่อเหตุฉ้อโกงผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง เป็นเพราะมีพฤติกรรมติดการพนันออนไลน์อย่างหนักจนต้องหาเงินมาหมุนเวียนด้วยวิธีผิดกฎหมาย


