xs
xsm
sm
md
lg

อยุธยาทลายแก๊งลักสายไฟ-หม้อแปลง เสียหายกว่า 8 ล้าน ลุยถอนใบอนุญาตร้านรับซื้อของโจร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พระนครศรีอยุธยา - ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทลายขบวนการลักตัดสายไฟและขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า จับผู้ต้องหา 13 ราย ใน 5 พื้นที่ หลังสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินรัฐกว่า 8 ล้านบาท ผู้ว่าฯ สั่งเข้มตรวจร้านรับซื้อของเก่า หากพบรับซื้อทรัพย์สินจากการโจรกรรม เตรียมเพิกถอนใบอนุญาตและดำเนินคดีเด็ดขาด

วันนี้( 8 ก.ค.) นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผู้กำกับการ 5 สถานีตำรวจ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการลักตัดสายไฟและขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการและระบบสาธารณูปโภค รวมมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นายชวนินทร์ เปิดเผยว่า ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนสายเอเชีย รวมถึงถนนสายหลักและสายรองหลายแห่งในจังหวัดดับเป็นบริเวณกว้าง สร้างความเดือดร้อนและเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ จากการตรวจสอบพบว่าสาเหตุเกิดจากกลุ่มคนร้ายลักลอบตัดสายไฟและขโมยหม้อแปลง เพื่อนำทองแดงและชิ้นส่วนภายในไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่า แม้ของที่ได้จะมีมูลค่าเพียงหลักพันบาท แต่สร้างความเสียหายแก่ภาครัฐนับล้านบาท

จากการสืบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 13 ราย ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.พระอินทร์ราชา สภ.นครหลวง สภ.บางปะหัน สภ.ช้างใหญ่ และ สภ.เสนา พร้อมขยายผลถึงเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการ
ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จังหวัดจะยกระดับมาตรการตรวจสอบร้านรับซื้อของเก่าทุกแห่ง โดยผู้ประกอบการต้องตรวจสอบที่มาของสายไฟ ทองแดง หรือวัสดุที่นำมาจำหน่าย หากพบมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

หากผลการสืบสวนพบว่าร้านรับซื้อของเก่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับซื้อทรัพย์สินที่ได้มาจากการโจรกรรม จังหวัดจะประสานนายอำเภอในฐานะผู้มีอำนาจออกใบอนุญาต ให้ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อปิดช่องทางการระบายทรัพย์สินของคนร้าย

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบรถยนต์หรือบุคคลต้องสงสัยจอดตามแนวถนน หรือมีการปีนเสาไฟฟ้าโดยไม่มีเครื่องหมายของหน่วยงานราชการหรือการไฟฟ้า ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบทันที

ด้าน พล.ต.ต.สุรวุฒิ กล่าวว่า คดีสำคัญเกิดในพื้นที่ สภ.บางปะหัน คนร้ายใช้รถกระบะเป็นพาหนะ นำบันไดพาดขึ้นเสาไฟฟ้าริมทางหลวงหมายเลข 347 ใช้อุปกรณ์ตัดกระแสไฟ ก่อนใช้สว่านแบตเตอรี่ถอดหม้อแปลงลงมา แล้วชำแหละนำเฉพาะทองแดงและชิ้นส่วนที่มีมูลค่าไปขาย ภายหลังเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย

การสอบสวนยังพบว่า ผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวเคยก่อเหตุลักตัดสายไฟในพื้นที่ สภ.พระอินทร์ราชา โดยใช้รถกระบะดัดแปลงปิดบังแผ่นป้ายทะเบียน ใช้อุปกรณ์ทั่วไปตัดกระแสไฟและลงมือก่อเหตุอย่างรวดเร็ว ก่อนหลบหนี

ส่วนการจับกุมล่าสุดในพื้นที่ สภ.นครหลวง เกิดจากพลเมืองดีแจ้งเบาะแสไปยังสายตรวจรถจักรยานยนต์ หลังพบชายต้องสงสัยกำลังขุดดินบริเวณร่องกลางถนนสายเอเชีย กม.27 ตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง เมื่อตรวจสอบพบสายไฟที่ถูกตัดยาวประมาณ 10 เมตร พร้อมของกลางเป็นชะแลง เสียม และอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุ จึงควบคุมตัวดำเนินคดี พร้อมเร่งขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาส่วนใหญ่เคยก่อเหตุลักตัดสายไฟมาแล้วหลายครั้ง และเมื่อพ้นโทษก็มักกลับมาก่อเหตุซ้ำ เนื่องจากมีความชำนาญ โดยพบว่ามีการใช้ไม้ไผ่พันด้วยยางหรือเทปเพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้าแทนอุปกรณ์นิรภัยมาตรฐาน ซึ่งถือเป็นวิธีการที่เสี่ยงอันตราย แต่ใช้ก่อเหตุมาอย่างต่อเนื่อง