xs
xsm
sm
md
lg

อีสานแชมป์ดวดดุ! ศวส.ปักหมุด “ขอนแก่น” ดัน “เศรษฐกิจสุขภาพ-เที่ยวปลอดภัย” เผยโจ๋ไทยเริ่มก๊งแก้วแรกเฉลี่ยอายุไม่ถึง 20 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวขอนแก่น - ศูนย์วิจัยปัญหาสุราจัดประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ภาคอีสาน ชู “ขอนแก่น” เวทีกลางขับเคลื่อนนโยบายแอลกอฮอล์บนฐานข้อมูล สร้างสมดุลเศรษฐกิจสุขภาพ-ท่องเที่ยวปลอดภัย เผยภาคอีสานรั้งแชมป์ดื่มเหล้าเบียร์สูงกว่าทุกภาค และเยาวชนในภาคอีสานเข้าสู่วงจรการดื่มเร็วกว่าเกือบทุกภูมิภาค อายุเฉลี่ยเริ่มดื่มครั้งแรกอยู่ที่ประมาณ 19.6 ปี


วันนี้ (7 ก.ค.) ที่โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา จัดประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ภาคอีสาน ภายใต้หัวข้อ “สมดุลแห่งอนาคต: พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ” โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคีเครือข่าย และผู้ปฏิบัติงานระดับพื้นที่เข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ บทเรียนการดำเนินงาน และข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริบทภาคอีสาน

นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น แสดงปาฐกถาพิเศษช่วงหนึ่งว่า จังหวัดขอนแก่นและภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่มีบริบทหลากหลาย ทั้งพื้นที่เมือง ชุมชน เศรษฐกิจบริการ พื้นที่วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยว การดำเนินนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงต้องอาศัยข้อมูลจากพื้นที่จริง และการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ ซึ่งเพิ่มความสำคัญของกลไกระดับจังหวัดในการกำหนดมาตรการเชิงพื้นที่

ซึ่งการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่การปฏิเสธการพัฒนาเศรษฐกิจหรือการท่องเที่ยว แต่เป็นการยกระดับการพัฒนาให้ปลอดภัย รับผิดชอบ และยั่งยืน เมืองท่องเที่ยวที่มีคุณภาพต้องไม่วัดเพียงจำนวนผู้มาเยือนหรือรายได้ทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว การคุ้มครองเด็กและเยาวชน คุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ และภาพลักษณ์ของเมืองในระยะยาว

รศ.ดร.นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา
รศ.ดร.นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นในจังหวะสำคัญของการขับเคลื่อนกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ โดยเฉพาะบทบาทของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแปลงนโยบายระดับประเทศสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ ภายใต้ธีม “สมดุลแห่งอนาคต” เวทีนี้จึงมุ่งเชื่อมโยงข้อมูล วิชาการ และนโยบาย เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้กำหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติงาน นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และเครือข่ายในพื้นที่

“ประเด็นสำคัญของการประชุมไม่ใช่เพียงการมองสถานการณ์การดื่มในเชิงตัวเลข แต่คือการใช้ข้อมูลเพื่อออกแบบมาตรการที่สามารถลดผลกระทบต่อสุขภาพและสังคม การคุ้มครองเยาวชนและกลุ่มเปราะบาง การบังคับใช้กฎหมายอย่างเหมาะสม การติดตามประเมินผล และการสร้างสมดุลระหว่างสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย” รศ.ดร.นพ.พลเทพกล่าว


ด้าน รศ.ดร.สุรศักดิ์ ไชยสงค์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นำเสนอสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในภาคอีสาน ปี 2567 ว่า ภาคอีสานเป็นภูมิภาคที่มีความชุกของการดื่มสูงที่สุดของประเทศ โดยมีประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 6.5 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 43.4 สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศที่ร้อยละ 35.2 ขณะที่จังหวัดขอนแก่นมีความชุกของการดื่มสูงสุดในภูมิภาค ตามด้วยมหาสารคามและบึงกาฬ สะท้อนให้เห็นว่าอีสานเป็นพื้นที่ที่ต้องใช้ข้อมูลเชิงลึกในการกำหนดมาตรการ ทั้งในมิติพฤติกรรมการดื่ม วัฒนธรรมการดื่มในชุมชน การเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผลกระทบต่อครอบครัว ชุมชน และความปลอดภัยสาธารณะ

“ข้อมูลยังชี้ว่าเยาวชนในภาคอีสานเข้าสู่วงจรการดื่มเร็วกว่าเกือบทุกภูมิภาค โดยอายุเฉลี่ยที่เริ่มดื่มครั้งแรกอยู่ที่ประมาณ 19.6 ปี ประเด็นนี้จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับมาตรการควบคุมการเข้าถึงในชุมชน การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงรอบสถานศึกษา และการสร้างค่านิยมใหม่ที่ทำให้การไม่ดื่มเป็นเรื่องปกติของสังคม” รศ.ดร.สุรศักดิ์ระบุ


อาจารย์ศรีสุวรรณ ควรขจร กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และกรรมการบริหารแผน คณะที่ 1 สสส. ระบุว่า ปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่เพียงปัญหาสุขภาพ แต่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ สังคม ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ การควบคุมปัจจัยเสี่ยงจากแอลกอฮอล์จึงไม่ใช่การขัดขวางเศรษฐกิจ แต่เป็นการสร้างเงื่อนไขให้เศรษฐกิจเติบโตบนฐานของความปลอดภัย คุณภาพชีวิต และความยั่งยืน

อาจารย์ศรีสุวรรณเน้นว่า “เศรษฐกิจสุขภาพ” คือทิศทางสำคัญของอนาคต ทั้งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อาหารปลอดภัย กิจกรรมสร้างสรรค์ปลอดแอลกอฮอล์ และเทศกาลชุมชนที่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว หลายพื้นที่พิสูจน์แล้วว่าชุมชนเข้มแข็งสามารถสร้างรายได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแอลกอฮอล์เป็นศูนย์กลาง

ภายในงานยังมีเวทีเสวนาและการนำเสนอกรณีศึกษาที่สะท้อน “การขับเคลื่อนด้วยข้อมูล” ในระดับพื้นที่ เช่น กรณีจังหวัดนครพนมที่ใช้ข้อมูลพฤติกรรมและพื้นที่เสี่ยงของเด็กและเยาวชนเป็นฐานในการผลักดันมาตรการป้องกันปัจจัยเสี่ยงรอบสถานศึกษา กรณีจังหวัดสกลนครที่พัฒนาระบบจัดการข้อมูลและ Dashboard เพื่อสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล และกรณีการทำงานสงกรานต์ปลอดเหล้าในจังหวัดขอนแก่น รวมถึงเวทีอภิปรายบทบาทของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัดในการบังคับใช้กฎหมาย และเวทีวิชาการด้านการสร้างสภาพแวดล้อมและค่านิยมเพื่อลดการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสังคมไทยยุคใหม่

การประชุมครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่เป็นพื้นที่ร่วมออกแบบข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคอีสาน เพื่อให้จังหวัดและภาคีเครือข่ายสามารถใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ประกอบการตัดสินใจ สร้างมาตรการที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบที่เกิดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผลักดันการท่องเที่ยวปลอดภัย เศรษฐกิจสุขภาพ และสังคมที่ลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างยั่งยืน