เชียงราย - อาจารย์นิเทศฯ ชี้ชัดเพจแบบนี้ไม่ใช่สื่อมืออาชีพ-ขอให้เป็นบทเรียนเสรีภาพต้องมีความรับผิดชอบ..แอดมินเพจเฟซบุ๊ก “เชียงราย” ยอมขอโทษแล้ว หลังพยิบคดีแอร์ฯสาวหิ้วเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย โพสต์ทำนองตีวัวกระทบคราดส่อด้อยค่าคนพะเยา จนวิจารณ์กันสนั่น แถมเรื่องลามทั้ง 2 จังหวัด แต่ไม่วายบอก “คนล้มอย่าข้าม” จุดกระแสถล่มซ้ำ
วันนี้ (6 ก.ค.) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.เชียงราย ได้จัดประชุมเพื่อแก้ไขปัญหากรณีเพจ “เชียงราย” ได้นำเรื่องราว “มีนา แอร์ฯ สาวชาว จ.พะเยา” ที่ถูกเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียจับกุม หลังพบหิ้วกระเป๋าที่ซุกซ่อนเฮโรอีนเข้าประเทศ และเรื่องยังอยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดี มาโพสต์ทำนอง “แซวและกระแนะกระแหน” รวมทั้งส่อเข้าข่ายด้อยค่าชาวพะเยา
เมื่อผู้คนเข้าไปแสดงความคิดเห็นก็เริ่มตอบโต้และใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพพาดพิงไปถึงผู้หญิง ก่อให้เกิดความไม่พอใจ และเรื่องลุกลามถึงขั้น พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผบก.พะเยา ต้องเรียกประชุมหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบการโพสต์ข้อความต่างๆ ที่ส่อเป็นการด้อยค่าคนพะเยา-จังหวัดพะเยา หากพบผิดกฎหมายก็จะดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด รวมทั้งเครือข่ายสื่อ-ภาคประชาชน ได้ออกมาเรียกร้องให้ผู้ว่าฯเชียงราย และผู้ว่าฯพะเยา ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับการใช้ชื่อจังหวัด-การเผยแพร่ข้อความของสื่อออนไลน์
และมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่พยายามติดต่อกับคนดูแลหรือแอดมินเพจ เพื่อขอให้มีการชี้แจงเกี่ยวกับการโพสต์ข้อความในลักษณะดังกล่าวหลายครั้ง จนทำให้เกิดเรื่องราวบานปลายข้ามจังหวัด แต่ก็ไม่มีการออกมาแสดงความรับผิดชอบ มีเพียงการปิดเพจเฟซบุ๊กหายไปช่วงสั้นๆ ในบางวันเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดบ่ายวันนี้ (6 ก.ค.) แอดมินเพจเฟซบุ๊ก "เชียงราย" ได้ยอมโพสต์ข้อความขอโทษ ว่า..กรณีที่เพจเชียงรายได้เผยแพร่ข้อความซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่สบายใจและกระทบต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพะเยาและจังหวัดเชียงราย ทางเพจขออภัยเป็นอย่างสูงต่อทุกท่านที่ได้รับผลกระทบ ทางเพจน้อมรับทุกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ พร้อมจะเพิ่มความรอบคอบในการตรวจสอบเนื้อหาก่อนเผยแพร่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก
ทั้งนี้ เพจเชียงรายเป็นเพจที่จัดทำขึ้นโดยบุคคลทั่วไป มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเป็นช่องทางสื่อสารของหน่วยงานราชการหรือองค์กรของรัฐแต่อย่างใด..ขออภัยมา ณ โอกาสนี้ #ขอขอบพระคุณอย่างสูง"
ซึ่งหลังจากโพสต์ขอโทษแล้ว ก็มีผู้คนแสดงความเห็นต่างๆ นานา หลายคนเรียกร้องให้เปลี่ยนชื่อเพจ บางคนให้อภัยเมื่อรู้ว่าผิดก็ออกมาขอโทษ บางคนบอกให้รับผิดทางกฎหมายก่อนด้วย หลายคนตำหนิเรื่องการใช้คำที่หยาบคาบและใช้อารมณ์ส่วนตัวมากเกินไปแต่ก็ขอบคุณที่ออกมายอมรับผิด บางคนแนะนำให้เติมคำท้ายชื่อเพจเดิม ฯลฯ
แต่หลังมีการวิพากษ์วิจารณ์กันพักใหญ่ แอดมินเพจ “เชียงราย” ก็โพสต์อีกว่า "คนล้มก็อย่าไปซ้ำเขา ให้นึกถึงตอนตัวเองล้มบ้าง #ฝากไว้ให้คิด" จนมีผู้คนที่เห็นโพสต์ตำหนิเป็นจำนวนมาก แอดมินก็ปิดโพสต์นี้ไป
ด้าน รศ.ดร.เสริมศิริ นิลดำ อาจารย์สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เปิดเผยว่า เพจดังกล่าว ไม่ได้เป็นสื่อทางการของจังหวัด แต่ในทางการรับรู้ของประชาชนอาจเข้าใจไปโดยอัตโนมัติว่าเป็นตัวแทนหรือสะท้อนความคิดเห็นของ จ.เชียงราย
อย่างไรก็ตาม เพจลักษณะนี้ก็ถือว่าไม่เข้าข่ายเป็นสื่อมวลชนวิชาชีพ เพราะไม่ได้มีกระบวนการผลิตข่าวตามมาตรฐานวิชาชีพ เช่น ค้นคว้า ตรวจสอบข้อมูล สัมภาษณ์แหล่งข่าว ฯลฯ มีการใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสม
ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญของสังคมไทย ว่าการมีเสรีภาพในการสื่อสาร ควรควบคู่ไปกับความรับผิดชอบ เพราะเมื่อมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ผลกระทบก็ย่อมขยายวงกว้างตามไปด้วย สุดท้ายขอเตือนให้ผู้ผลิตเนื้อหาในสื่อ ลดการสร้างความเกลียดชัง


