เชียงใหม่ – เกิดเหตุ..ตำรวจสกัด-ปะทะขบวนเครือข่ายประชาชนฯ เดินขบวนยื่นเรื่องผ่านกงสุลใหญ่จีนประจำเชียงใหม่ เรียกร้อง “สี จิ้น ผิง ปธน.จีน” แก้ปัญหามลพิษข้ามพรมแดน-เหมืองทุนจีนในเมียนมา บาดเจ็บ 2 ราย
วันนี้ (6 ก.ค.) ตัวแทนเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง จำนวน 30 คน ถือป้ายผ้า ป้ายข้อความ เดินขบวนไปที่สถานกงสุลใหญ่จีน ประจำเชียงใหม่ เพื่อยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เรียกร้องให้ยุติปัญหาการปนเปื้อนของสารโลหะหนักจากเหมืองแร่ของกลุ่มทุนจีนในประเทศเมียนมา
แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังพร้อมแผงเหล็กมากั้น ทางกลุ่มจึงต้องตั้งจุดเดินจากสวนบวกหาด อ้อมคูเมืองด้านในแทน โดยระหว่างขบวนเดินเข้ามา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สกัดกั้นไว้และพยายามผลักดันออก จึงเกิดปะทะกัน จนเป็นเหตุให้กลุ่มผู้ชุมนุม บาดเจ็บ 2 ราย 1 ในนั้นไล่หลุด ต้องเรียรถกู้ภัยมาผู้ป่วยไปรักษาพยาบาล
จากนั้นทางกลุ่มมวลชนได้ทำ “ลาบปลา” จากแม่น้ำกกเพื่อแสดงสัญลักษณ์ และพร้อมแลงการณ์-ยื่นหนังสือก่อนแยกย้าย
แกนนำผุ้ชุมนุม เผยว่า ปัญหาการปนเปื้อนของสารโลหะหนักจากเหมืองแร่ของกลุ่มทุนจีนในประเทศเมียนมา สารพิษดังกล่าวได้ไหลลงสู่แม่น้ำกก สาย รวก และโขง ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนไทยนับแสนนับล้านคน พื้นที่เกษตรกรรมกว่า 110,000 ไร่ ได้รับความเสียหาย สัตว์น้ำปนเปื้อนสารตะกั่ว แคดเมียม และปรอท จนกระทรวงสาธารณสุขต้องออกคำเตือนให้งดบริโภค
นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่ออาชีพประมงพื้นบ้าน การท่องเที่ยว และทำให้ชาวเชียงรายกว่า 120,000 คนต้องเสี่ยงกับการใช้น้ำประปาที่ปนเปื้อน
ทางเครือข่ายฯ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลจีนแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหาด้วยการตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายกับนักลงทุนจีนที่ก่อให้เกิดมลพิษข้ามพรมแดน พร้อมทั้งตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของแร่ที่นำเข้าจากเมียนมาไปยังจีน
นอกจากนี้ยังขอให้ทางการจีนร่วมลงพื้นที่กับตัวแทนประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบเหมืองแร่ต่างๆ ในเมียนมาให้เป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากล และประกาศแผนการที่ชัดเจนผ่านกลไกความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง เพื่อยุติการทำลายสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูแหล่งน้ำ และเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยหวังว่าทางการจีนจะพิสูจน์ความมุ่งมั่นนี้ด้วยการกระทำอย่างแท้จริง


