เชียงใหม่ - องค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ (กป.อพช.) ร่อนแถลงการณ์ประณามแรง..ซัด “ไพศาล พืชมงคล” โพสต์ยัดข้อหากลุ่มต้านมลพิษข้ามพรมแดน ชักศึกเข้าบ้าน แถมปล่อยข่าวลือเผากงสุลใหญ่จีนเชียงใหม่
วันนี้ (6 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ (กป.อพช.) ภาคเหนือ ได้ออกแถลงการณ์กรณีนายไพศาล พืชมงคล เลขาธิการและอุปนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กว่า "ขบวนการอินโดแปซิฟิกชักศึกเข้าบ้าน ชักชวนกันชุมนุมหน้าสถานกงสุลจีนเชียงใหม่ เพื่อประท้วงการทำเหมืองในพม่า ต้องเตือนหน่วยงานความมั่นคงให้ระวัง มือดี ฉวยโอกาสปลุกกระดมเผาสถานกงสุลจีนที่เชียงใหม่ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่"
กป.อพช.ภาคเหนือระบุว่า ขอประณามพฤติกรรมการปล่อยข่าวลือที่ไร้ความรับผิดชอบ ข้อความของนายไพศาลเป็นความพยายาม "เบี่ยงเบนประเด็น" สร้างความหวาดกลัว และอาจส่งผลด้านกลับ กลายเป็นกระบอกเสียงปกป้องผลประโยชน์บางกลุ่มผลประโยชน์ ความจริงที่ผู้มีอำนาจพยายามซุกซ่อนไว้ใต้พรมคือหายนะจาก "สารพิษในแม่น้ำกก" ที่เกิดจากการทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของกลุ่มทุน
แถลงการณ์ระบุอีกว่า ขอกดดันไปถึงรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนออกมาแก้ไขปัญหานี้ และเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนออกมาร่วมแสดงพลังและเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อประกาศให้รัฐบาลไทย รัฐบาลจีนและกลุ่มทุนข้ามชาติได้รู้ว่า เราจะไม่ยอมจำนนและไม่ยอมเป็นเหยื่อของการพัฒนาที่แลกมาด้วยชีวิตคนอีกต่อไป จากนั้นได้แจ้งเจตจำนงการเคลื่อนไหวว่าเจ้าหน้าที่ควรเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่มีสิทธิหรือข้ออ้างใดๆ ที่จะคุกคาม แอบถ่ายรูปโดยไม่ขออนุญาต หรือแสดงท่าทีสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนโดยสิ้นเชิง
รายงานข่าวแจ้งว่า การออกมาเคลื่อนไหวของ กป.พอช.ภาคเหนือดังกล่าวสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของภาคนักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง รวมไปถึงแม่น้ำสาระวิน เนื่องจากมีเหมืองแร่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา เกิดขึ้นมาเป็นจำนวนมากและปล่อยสารโลหะหนักลงสู่แม่น้ำจนส่งผลกระทบต่อคนลุ่มน้ำในประเทศไทย
ที่ผ่านมาองค์กรต่างๆ ได้เคยเข้ายื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่หลากหลาย กระทั่งจะมีการไปยื่นต่อสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำเชียงใหม่ ที่ ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ ในวันนี้ (6 ก.ค.) และเป็นที่มาของการโพสต์ของนายไพศาล พืชมงคล ดังกล่าว


