กาญจนบุรี - กระแสความกังวลเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโรงแต่งแร่ในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ หลังเพจเฟซบุ๊ก "รู้ทันจีน Epic Fury" เผยแพร่ข้อมูลตั้งข้อสังเกตว่าโครงการดังกล่าวอาจเป็นโรงแต่งแร่ที่มีทุนจีนเกี่ยวข้อง และตั้งอยู่ใกล้คลองชลประทานซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาและใช้ในการเกษตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบเจ้าของเพจชื่อ “รู้ทันจีน Epic Fury” ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ที่สร้างความกังวลใจให้กับชาวจังหวัดกาญจนบุรี โดยเฉพาะชาวตำบลหนองขาว อำเภอม่วง จ.กาญจนบุรี เป็นอย่างมาก โดย ระบุว่า จุดที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้คลองชลประทาน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของชุมชน ส่งผลให้ชาวบ้านแสดงความกังวลว่า หากมีการประกอบกิจการแต่งแร่ อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ คุณภาพอากาศ สุขภาพของประชาชน รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนในตำบลหนองขาว
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยระบุว่าการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นการรับฟังความคิดเห็นในระดับหมู่บ้าน ทำให้ประชาชนในพื้นที่อื่นของตำบลยังไม่ได้รับทราบข้อมูลรายละเอียดของโครงการอย่างทั่วถึง จึงเกิดคำถามว่าผู้ที่อาจได้รับผลกระทบทั้งหมดมีโอกาสรับรู้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นอย่างเพียงพอหรือไม่
ขณะที่ นายฉัตรพันธุ์ เดชกิจสุนทร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต 2 ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกร้องให้ผู้บริหาร หน่วยงานภาครัฐ ผู้นำชุมชน และประชาชน ร่วมกันพิจารณาโครงการดังกล่าวอย่างรอบคอบ โดยย้ำว่าการตัดสินใจว่าจะยินยอมหรือไม่ยินยอมให้มีโรงแต่งแร่ในพื้นที่ ไม่ใช่เรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ส่งผลต่ออนาคตของคนทั้งชุมชน
นายฉัตรพันธุ์ระบุว่า การพิจารณาควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล ข้อเท็จจริง และการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ควรมองเฉพาะผลประโยชน์ระยะสั้น แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม แหล่งน้ำ คุณภาพอากาศ สุขภาพของประชาชน การเกษตร และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
พร้อมเสนอว่า หากโครงการมีมาตรฐานและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบจริง ผู้ดำเนินโครงการควรเปิดเผยข้อมูลทุกด้านอย่างโปร่งใส ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเท่านั้น
อดีต สส.กาญจนบุรี ยังระบุด้วยว่า ผืนดิน แหล่งน้ำ และอากาศที่สะอาด เป็นทรัพยากรที่ประเมินค่าไม่ได้ หากเกิดความเสียหายอาจต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟู หรืออาจไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันตัดสินใจโดยยึดประโยชน์ของประชาชนและอนาคตของชุมชนเป็นสำคัญ พร้อมย้ำว่า การพัฒนาไม่ควรต้องแลกกับสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของคนรุ่นต่อไป
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลชี้ชัดว่าโครงการดังกล่าวมีการกระทำผิดกฎหมาย หรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามที่มีการกังวล โดยประเด็นต่าง ๆ ยังคงอยู่ระหว่างการติดตามข้อมูลและการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง.


