สระแก้ว- ทะลักต่อเนื่องต่างชาติลอบเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติสระแก้ว ล่าสุดทหารพราน สกัดจับได้อีก 11 รายบริเวณรอยต่อจุดตรวจการณ์สกัดที่ 41–42 บ้านอ่างศิลา อ.โคกสูง พบชาวจีนป่วยวัณโรคอาการหนักต้องเร่งนำส่งโรงพยาบาล
เมื่อเวลา 14.00น.วันนี้ (5ก.ค.) กองกำลังบูรพา โดยกองร้อยทหารพรานที่ 1205 หน่วยเฉพาะกิจโคกสูง ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 ได้สนธิกำลังร่วมชุดปฏิบัติการข่าวที่ 1 กองกำลังบูรพา, ขกท.กองกำลังบูรพา, หน่วยเฝ้าตรวจชายแดนที่ 11 และชุดเคลื่อนที่เร็ว ฉก.โคกสูง จับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจำนวน 11 รายบริเวณพื้นที่รอยต่อระหว่างจุดตรวจการณ์สกัดที่ 41–42 บ้านอ่างศิลา ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว
ประกอบด้วย ชาวบังกลาเทศ 7 ราย, จีน 1 ราย, เวียดนาม 2 ราย และชาวไทย 1 ราย ซึ่งทั้งหมดไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางหรือเอกสารการเดินทางได้
การจับกุมดังกล่าวเป็นผลจากที่เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันออกลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมือง และการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ และได้ตรวจพบบุคคลต้องสงสัยจำนวนมากกำลังเดินเท้าลัดเลาะมาตามช่องทางธรรมชาติ จึงแสดงตัวและเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ
และได้ควบคุมตัวทั้งหมดไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ กองร้อยทหารพรานที่ 1205
โดยผู้ถูกจับกุมส่วนใหญ่ให้การสอดคล้องกันว่า เดินทางเข้าไปทำงานในพื้นที่กรุงปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา บางรายทำงานร้านอาหาร และบางรายทำงานขายของออนไลน์ แต่ไม่ทราบลักษณะงานที่แท้จริง เนื่องจากมีชายชาวจีนชื่อ "นายซุนเวีย" (ไม่ทราบชื่อ–สกุลจริง) เป็นผู้ชักชวน
และเสนอว่าจะได้รับค่าจ้างสูงถึงวันละ 200 ดอลลาร์สหรัฐ แต่หลังทำงานมาได้ประมาณ 3 เดือน กลับไม่ได้รับค่าจ้างตามที่ตกลงไว้ ทำให้เชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงตัดสินใจหลบหนีออกจากสถานที่ทำงานโดยว่าจ้างขบวนการลักลอบนำพาในราคา 8,000 บาทต่อคน
กระทั่งเวลา 12.00 น. ได้มีรถยนต์ส่วนบุคคลมารับจากที่พักในกรุงปอยเปต ขับมาตามถนนหมายเลข 5 ของประเทศกัมพูชา มาส่งที่บริเวณบ้านทำนบดัช ต.โอเบยเจือน อ.โอโจรว จ.บันเตียเมียนเจย และมีชายชาวกัมพูชา 3 คน พาเดินเท้าลัดเลาะผ่านพื้นที่ป่าและไร่นามุ่งหน้าสู่ชายแดนไทย
แต่ยังไม่ทันถึงจุดนัดพบกับขบวนการฝั่งไทยก็ถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานจับกุมได้ก่อน
ทั้งนี้ ระหว่างการสอบสวนเจ้าหน้าที่พบว่าชายชาวจีน 1 ราย คือ นายโจว กวงหมิง อายุ 28 ปี ให้การแตกต่างจากผู้ถูกจับกุมรายอื่นโดยระบุว่า เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศกัมพูชาแต่ทำหนังสือเดินทางสูญหาย และมีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศจีนผ่านประเทศไทย
และยังบอกอีกว่าระหว่างพำนักอยู่ในกัมพูชา โรควัณโรคซึ่งเป็นโรคประจำตัวเกิดกำเริบอย่างรุนแรง จนไม่สามารถเดินทางด้วยตนเองได้ จึงว่าจ้างชาวกัมพูชา 3 คน ให้ช่วยแบกตนเองมาวางไว้บริเวณฝั่งประเทศไทย เพื่อรอขบวนการลักลอบข้ามแดนมารับและเดินทางต่อ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้ตรวจพบเสียก่อน และรีบประสานรถพยาบาลเข้ารับตัวส่งโรงพยาบาลโคกสูงในทันที
ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.สระแก้ว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขั้นตอนด้านคนเข้าเมืองหลังอาการปลอดภัย
ส่วนผู้ถูกจับกุมที่เหลือได้ถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โคกสูง ดำเนินคดีในข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมขยายผลติดตามเครือข่ายนายหน้าและขบวนการลักลอบนำพาคนเข้าเมือง ซึ่งยังคงอาศัยช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาเป็นเส้นทางหลบหนีและลักลอบเข้าออกประเทศ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


