xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)ชาวสวนบ้านรักไทย ยิ้ม!ขนทุเรียนส่งแม่ค้าดังรับซื้อเหมาเข่งทุกวัน เงินสะพัดปีละกว่า 300 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พิษณุโลก – เงินสะพัดเกิน 3 ร้อยล้าน..ทุเรียนบ้านรักไทย พื้นที่สูงเนินมะปราง ทยอยออกตลาด ชาวสวนขนขึ้นท้ายกระบะส่ง “ร้านสมพร ผลไม้” รับซื้อเหมาเข่งทุกวัน ก่อนคัดแยกขายปลีกเริ่มต้นแค่ลูกละ 50 คัดสวยๆไม่เกินโลละ 100 ล่าสุด อบต.ชมพู เปิดเทศกาลผลไม้ เชื่อมตรงเจ้าของสวนกับนักท่องเที่ยวกระตุ้นตลาดซ้ำ ชาวสวนทุเรียนยิ้มรับเงินแสนทุกราย


งาน"ชม ชิม ช้อป ผลไม้ของดีตำบลชมพู 2569" ณ พลับพลาที่ประทับ หมู่ที่ 7 บ้านรักไทย ตำบลชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ซึ่งนายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าฯประธานเปิดงานฯ ที่จัดขึ้นระหว่าง 4-5 ก.ค. โดยมีนางสาวมนัส สิงหเดช นายอำเภอเนินมะปราง นายศิลา ปัญจรี นายกเทศมนตรีบ้านแยง พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่นและเกษตรกรเจ้าของสวนในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

นายบุญชนะ คลองภูเขียว นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ชมพู เปิดเผยว่า ตำบลชมพูได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์และสภาพอากาศที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการปลูกผลไม้หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะผลไม้เมืองหนาวและทุเรียน ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่เพาะปลูกทุเรียนกว่า 6,000 ไร่ และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะทุเรียนยังคงเป็น "ราชาแห่งผลไม้" ที่ตลาดมีความต้องการสูง

สำหรับงาน"ชม ชิม ช้อป ผลไม้ของดีตำบลชมพู 2569" ที่จัดขึ้นนี้ อบต.ชมพู มุ่งหวังเปิดโอกาสให้เกษตรกรนำผลผลิตคุณภาพจากสวนจำหน่ายตรงสู่ผู้บริโภคแบบไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งตามสถิติปีที่ผ่านมาพบว่า ระหว่างจัดงานเกษตรกรบางรายที่เป็นสวนขนาดใหญ่สามารถสร้างรายได้จากการขายผลผลิตภายในงานได้สูงถึงหลักแสนบาท จึงถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม

ไฮไลต์งาน"ชม ชิม ช็อป ผลไม้ของดีตำบลชมพู 2569" 4-5 กรกฎาคม 2569 นอกเหนือจำหน่ายทุเรียนและผลไม้สดใหม่ตัดจากต้นแล้ว ยังมีสินค้า OTOP ของดีชุมชน และอาหารพื้นถิ่น เพิ่มกิจกรรมความบันเทิงและการประกวด การประกวดทุเรียนหมอนทองชิงรางวัล คุณภาพลูกใหญ่และเนื้อสวยแน่น, กิจกรรมแข่งขันปอกและแข่งขันกินทุเรียน, การประกวดร้องเพลง, การแข่งขันแข่งขันมอเตอร์ครอส และปั่นจักรยานท่องเที่ยวชมสวนผลไม้

ทั้งนี้ผู้ปลูกทุเรียน 4 หมู่บ้านพื้นที่สูง ตำบลชมพู อ.เนินมะปราง รวมเนื้อที่กว่า 6,000 ไร่ อัตราปลูกไร่ละ 20 ต้น อายุ 5 ปี ให้ผลผลิตต้นละ 10 ลูก น้ำหนักเฉลี่ยลูกละ 4 กิโลกรัม น้ำหนักต่อไร่ 20×10×4 = 800 กก ราคาปี 2569 เฉลี่ย กก.ละ 70 บาท รายได้ต่อไร่ ไร่ละ 800×70 = 56,000 บาท คูณพื้นที่ปลูก 6,000 ไร่×56,000 = 336,000,000 บาท / ปี เรียกว่า ประเมินแล้ว เงินสะพัดเข้าบ้านรักไทยปีละ 336 ล้านบาท

ซึ่งเมื่อถึงฤดูทุเรียน เจ้าของสวนไม่ต่ำกว่า 10 ราย ขับรถเดินทางนำผลทุเรียนที่ทยอยเก็บเกี่ยวจากสวน นำไปขายที่ ”ร้านสมพร ผลไม้” ศูนย์รวมผลไม้รายใหญ่รายเดียวอย่างรีบเร่ง เนื่องจากทุเรียนสุกพร้อมๆกันหลายไร่ หลังจากที่ได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายตั้งแต่ยังไม่เห็นผลผลิตทุเรียน ทำให้บรรยากาศหน้าร้านสพพรฯ คึกคัก มีการลงทุเรียนสดๆ ใหม่ๆจากสวน นำเข่งไปชั่งกิโล คำนวณราคา”เหมาเข่ง” จากนั้นร้านสมพรฯ ได้ทำการคัดแบ่งประเภททุเรียนหมอนทองหรือหลงรักไทย เลือกคุณภาพลูกทุเรียน ดีๆไว้ขายราคาแพง ตกเกรดก็ราคาก็โละถูกเหลือลูกละ 50 บาทก็มี ท่ามกลางนักท่องเที่ยว แวะเลือกซื้อทุเรียนกลับบ้านทันที


นาง สมพร คำอุดม เจ้าของร้านรับซื้อผลไม้ตามฤดูกาล” สมพร ผลไม้” บ้านรักไทย ต.ชมพู อ.เนินมะปราง กล่าวว่า รับซื้อจากสวนทุกวัน เนื่องจากได้ทำสัญญาเป็นลายลักอักษรจากสวนใหญ่ๆ ไม่ต่ำกว่า 2 แปลง และยังตกลงกับสวนเล็กๆ ไม่ต่ำกว่า 10 แปลง จึงมีทุกเรียนใหม่สดขายส่งและขายปลีกทุกวัน

ล่าสุด ราคาหมอนรับซื้อเหมาเข่ง ยกสวนระดับ 65-66 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมปีที่ผ่านมา เคยรับซื้อ 100 บาทต่อกิโลกรัม ทุกวันนี้ ผลผลิตทุเรียนบ้านรักไทยออกสู่ตลาดจำนวนมาก ฉะนั้นราคาขายปลีกทั้งหมอนทองและหลงรักไทยอยู่ที่ไม่เกิน 100 บาทต่อกิโลกรัมแน่นอน

“ทุกสายพันธุ์ทั้ง หนามดำ พวงมณี ชะนี ก้านยาว หลงหลิน หมอนฯลฯ ราคามีให้เลือกตั้งแต่ 50 บาทขึ้นไปแน่นอน ขึ้นอยู่ว่า สุกแค่ไหน ลูกใหญ่แค่ไหน ก็ขอเชิญชวน หากใครมาเที่ยวบ้านรักไทย สามารถเลือกซื้อทุเรียนสดๆใหม่ๆ จากสวนฯ หรือแวะมายังศูนย์รวมผลไม้ มีทั้งเงาะ, ทุเรียน, สะตอ ฯลฯได้ที่”สมพรผลไม้’ ริมถนนเลยโรงเรียนรักไทยมาเล็กน้อย”

นางสมพรยืนยันว่า 3 ปีที่ผ่านมา ช่วยรับซื้อผลผลิตทุกเรียน ลองกอง, เงาะ, มังคุด เพื่อให้เกษตรกรบ้านรักไทยอยู่ได้ และร้านรับซื้อ-ค้าส่งอยู่ได้ ไม่ได้เอาเปรียบเหมือน”ล้ง” ราคาเป็นไปตามสภาพตลาด ยอมรับว่า ตั้งแต่รับซื้อทุเรียนห้วงที่ผ่านมา ผลผลิตหรือปริมาณทุเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี และราคาก็ลดลงทุกปี