ศูนย์ข่าวขอนแก่น-"อภิสิทธิ์" ลุยอีสาน ปลุก ปชป. สู้ศึกเลือกตั้ง ชูเพิ่มมูลค่าเกษตร–กระจายอำนาจ–เร่งโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมีคำตอบให้ประชาชน พร้อมค้านตัดสิทธิ์สวัสดิการข้าราชการ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น พบปะเครือข่าย อดีตผู้สมัคร และสมาชิกพรรคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังพร้อมทำงานรับใช้ประชาชน แม้ปัจจุบันจะไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ก็ตาม
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการจัดการภายในพรรค แต่ต้องการระดมความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางรับมือความท้าทายของภาคอีสาน โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจและภาคการเกษตร ซึ่งจำเป็นต้องก้าวข้ามการแก้ปัญหาระยะสั้นเรื่องราคาสินค้า ไปสู่การเพิ่มมูลค่าผลผลิต ควบคู่กับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างโอกาสใหม่จากเศรษฐกิจสีเขียวและพลังงานทางเลือก
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังเสนอให้เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อผลักดันภาคอีสานเป็นประตูเชื่อมประเทศไทยกับจีนและกลุ่มประเทศ CLMV โดยระบุว่าน่าเสียดายที่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมจีนมีความคืบหน้าล่าช้า ทั้งที่ริเริ่มมาตั้งแต่กว่า 15 ปีก่อน พร้อมเห็นว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานในภาคอีสานมากกว่ามุ่งเน้นเฉพาะโครงการแลนด์บริดจ์ในภาคใต้
นอกจากนี้ ยังเสนอให้กระจายอำนาจการบริหารจัดการสู่ท้องถิ่น โดยผลักดันจังหวัดขอนแก่นเป็นเมืองพิเศษ เพราะภาคเอกชนและภาคประชาชนมีศักยภาพในการพัฒนาเมือง แต่ติดข้อจำกัดจากระบบรวมศูนย์ของส่วนกลาง
สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า นายอภิสิทธิ์ยอมรับว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคมีข้อจำกัดด้านเวลา หลังเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารพรรคได้เพียงเดือนเดียวก็มีการยุบสภา ส่งผลให้ผู้สมัครหน้าใหม่ไม่มีเวลาสร้างความสัมพันธ์กับประชาชนเพียงพอ แต่ย้ำว่าครั้งหน้าจะไม่มีข้อจำกัดดังกล่าวอีก พร้อมเชื่อว่าหากพรรคทำงานต่อเนื่องและมีนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน ก็จะได้รับโอกาสจากชาวอีสาน โดยยังไม่ขอประเมินจำนวนที่นั่ง ส.ส. เพราะต้องการให้น้ำหนักกับการทำงานมากกว่าการคาดการณ์ตัวเลข
ส่วนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 นายอภิสิทธิ์ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์จะพิจารณาตัดลดเฉพาะรายจ่ายที่ไม่จำเป็น พร้อมยืนยันว่าไม่เคยเสนอให้ลดสิทธิ์สวัสดิการของข้าราชการ ทั้งบำเหน็จบำนาญและสิทธิรักษาพยาบาล แต่เสนอให้ร่วมกันออกแบบระบบสำหรับผู้ที่จะเข้ารับราชการในอนาคต เพื่อให้ฐานะการคลังของประเทศมีความยั่งยืน
"หากไม่ปรับโครงสร้างรายจ่าย งบประมาณของรัฐจะถูกใช้ไปกับรายจ่ายประจำและการชำระหนี้ จนไม่เหลืองบลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศ และอาจส่งผลกระทบต่อการเพิ่มสวัสดิการประชาชนในอนาคต ทั้งเบี้ยผู้สูงอายุ เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด และสิทธิของคนพิการ" นายอภิสิทธิ์กล่าว
สำหรับโครงการช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ แต่เห็นว่าควรกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ไม่ใช่แจกแบบทั่วถึง เพราะทำให้รัฐต้องก่อหนี้จำนวนมาก ขณะที่ประชาชนบางกลุ่มไม่ได้มีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หากรัฐบาลใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อโครงการลักษณะนี้ เงินอาจหมดภายในเวลาไม่กี่เดือน แต่ปัญหาค่าครองชีพยังคงอยู่ พร้อมเสนอว่าการช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจริง จะทำให้ใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่าและช่วยเหลือประชาชนได้ยาวนานกว่า พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาทางการคลังของประเทศ แทนการบิดเบือนข้อเสนอทางนโยบายหรือมุ่งวิพากษ์วิจารณ์เพียงอย่างเดียว


