xs
xsm
sm
md
lg

STRONG สมุทรสงคราม จี้สะสาง 5 โครงการรัฐร้าง ปักหมุดกว่า 3 ปี ไร้ความคืบหน้า ขู่ส่ง สตง.ตรวจสอบความคุ้มค่างบฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สมุทรสงคราม  - ชมรม STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดสมุทรสงคราม เดินหน้าติดตาม 5 โครงการภาครัฐที่ก่อสร้างแล้วไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ หลังเฝ้าระวังต่อเนื่องนานกว่า 3 ปี แต่ยังไร้แนวทางแก้ไขที่ชัดเจน เตือนหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเพิกเฉย เตรียมรวบรวมข้อมูลเสนอ สตง. ตรวจสอบความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณของรัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชมรม STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดสมุทรสงคราม ยังคงเดินหน้าติดตามโครงการภาครัฐที่ก่อสร้างแล้วไม่สามารถใช้งานได้ หรือถูกปล่อยทิ้งร้างในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามอย่างต่อเนื่อง หลังปักหมุดเฝ้าระวังมากว่า 3 ปี แต่ยังไม่พบความคืบหน้าในการแก้ไข พร้อมส่งสัญญาณว่าหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่เร่งดำเนินการ จะเสนอเรื่องให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณของรัฐ

นายพิมพ์ลักษณ์ อยู่วัฒนา ที่ปรึกษาชมรม STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการผลักดันการดำเนินงานตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ จังหวัดสมุทรสงคราม ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งมีนายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าโครงการ “คิด ทำ ทิ้ง” ที่ชมรม STRONG เสนอต่อสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อเฝ้าติดตามโครงการของภาครัฐที่ก่อสร้างแล้วไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้

ปัจจุบันมีการปักหมุดติดตามรวม 5 โครงการ ได้แก่ โครงการอาคารระบบผลิตน้ำประปาบริเวณซอยข้างวัดกลางเหนือ อำเภอบางคนที โครงการป้ายโฆษณาไตรวิชชั่น (Trivision Billboard) บริเวณแยกตลาดบางนกแขวก โครงการศูนย์เกษตรและประมงแปรรูปครบวงจรในส่วนอาคารระบบบำบัดน้ำเสีย โครงการอาคารตลาดกลางสินค้าเกษตร OTOP และวิสาหกิจชุมชนตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม รวมถึงโครงการติดตั้งเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์บริเวณแยกตลาดบางนกแขวกและพื้นที่อื่น ๆ ที่ไม่สามารถใช้งานได้

นายพิมพ์ลักษณ์ กล่าวว่า แม้โครงการทั้งหมดจะถูกติดตามมานานกว่า 3 ปี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าชี้แจงหลายครั้ง แต่ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน จึงยังไม่สามารถถอนหมุดหรือยุติการติดตามได้

ทั้งนี้ การดำเนินงานของชมรม STRONG ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจากหลายโครงการมีอายุกว่า 10 ปี ซึ่งอาจมีข้อจำกัดด้านกฎหมาย แต่ต้องการผลักดันให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเข้ามารับผิดชอบ ร่วมกำหนดแนวทางแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงให้สามารถกลับมาใช้งานได้ หรือหากไม่สามารถดำเนินการต่อได้ ก็ควรยุติโครงการและดำเนินการตามระเบียบกฎหมายอย่างถูกต้อง

“หากยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ไขปัญหา ชมรม STRONG จะรวบรวมข้อมูลเสนอสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อพิจารณาตรวจสอบความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ รวมถึงความรับผิดทางวินัยการเงินการคลัง เนื่องจากเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณของรัฐ แต่ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้” นายพิมพ์ลักษณ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม การเสนอเรื่องต่อ สตง. ถือเป็นมาตรการขั้นสุดท้าย โดยชมรม STRONG ยังคาดหวังให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา เพื่อให้โครงการที่ถูกปล่อยทิ้งร้างสามารถกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณแผ่นดิน และไม่ต้องนำไปสู่การตรวจสอบด้านประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณในลำดับต่อไป.