ศูนย์ข่าวขอนแก่น-แม่เผยคำพูดสุดท้ายจากปากพระลูกชาย “พระคำสิงห์ ชัยเลิศ” หนึ่งในพระสงฆ์มรณภาพจากเด็กชายวัย 11 ปี ขับรถยนต์พุ่งชนที่มุกดาหาร ในวันมาลาไปเดินธุดงค์ “โยมแม่ไม่ต้องคิดเรื่องลูกที่จะไปธุดงค์ให้มาก ให้คิดห่วงสุขภาพตัวเองดีกว่า ไม่ตายหรอก”
วันนี้(3 ก.ค.ที่วัดศิริธรรมมาราม บ้านโป่งแดง หมู่ 10 ต.กุดขอนแก่น อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ชาวบ้านได้ช่วยกันกางเต็นท์ จัดเตรียมโต๊ะ เก้าอี้ รวมทั้งโลงเย็น ไว้บริเวณศาลาการเปรียญ เพื่อเตรียมรับสรีระสังขารของ พระคำสิงห์ ชัยเลิศ อายุ 41 ปี หนึ่งในพระภิกษุสงฆ์ที่มรณภาพจากอุบัติเหตุ ด.ช.อายุ 11ปี ขับรถพุ่งชนในระหว่างออกเดินธุดงค์ ในพื้นที่ จ.มุกดาหาร โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าอาวาสวัด ผู้ใหญ่บ้าน และญาติส่วนหนึ่ง ได้เดินทางไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ เพื่อรับสรีระสังขารของ พระคำสิงห์ กลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดบ้านเกิด
ขณะเดียวกันชาวบ้านที่เป็นผู้ชายส่วนหนึ่ง ได้ช่วยกันนำแหมาหว่านเอาจับปลาในหนองน้ำของชุมชน เพื่อเป็นวัตถุดิบในการทำอาหารเลี้ยงแขกที่จะมาช่วยงาน เนื่องจากครอบครัวของพระคำสิงห์ มีฐานะยากจนและพ่อแม่ก็แก่ชรามากแล้ว ซึ่งคาดว่า สรีระสังขารของพระคำสิงห์ จะเดินทางมาถึงบ้านเกิดในค่ำวันนี้
ที่บ้านของพระคำสิงห์ ตั้งอยู่เลขที่เลขที่ 24 หมู่ 10 บ้านโป่งแดง ทีมข่าวได้พบกับนางปัญจา ชัยเลิศ อายุ 69 ปี และ นายอ่าง ชัยเลิศ อายุ 70 ปี มารดาและบิดาของพระคำสิงห์ ต่างอยู่ในอาการโศกเศร้า มีญาติพี่น้องส่วนหนึ่งที่มาอยู่เป็นเพื่อนระหว่างรอรับสีระสังขารของพระคำสิงห์ที่กำลังเดินทางมา
นางปัญจา มารดาของพระคำสิงห์ เล่าย้อนเหตุการณ์ก่อนที่จะทราบข่าวการมรณภาพของพระคำสิงห์ว่า ตนเองมีลูกชาย 3 คน พระคำสิงห์เป็นลูกชายคนเล็ก บวชเป็นพระมาได้เกือบ 1 พรรษาแล้ว เนื่องจากเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงขอบวชและจำพรรษาที่วัดในหมู่บ้าน ซึ่งก่อนจะมาบวช ลูกชายเคยประสบอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์อย่างรุนแรงจนต้องผ่าตัดกะโหลกศีรษะ รักษาตัวอยู่นาน จึงกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ในช่วงที่บวช พระคำสิงห์ เป็นคนขยันขันแข็งและมักจะเข้าร่วมโครงการเดินธุดงค์กับคณะสงฆ์อยู่เรื่อย ๆ โดยครั้งที่เกิดเหตุนี้เป็นครั้งที่ 4 ที่ไปเข้าร่วม และเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา พระคำสิงห์ ได้เข้ามาหาตนเองที่บ้าน เพื่อบอกให้แม่ทราบว่า จะไปเข้าร่วมโครงการจาริกธุดงค์กับคณะสงฆ์ ที่วัดพระพุทธบาทภูมโนรมย์ อ.น้ำขุ่น ซึ่งจะเป็นการออกเดินธุดงค์ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเข้าพรรษา ด้วยความเป็นห่วงแม่ก็ได้บอกกับพระคำสิงห์ว่า ไม่อยากให้ไป เป็นห่วง
ซึ่งพระคำสิงห์ก็บอกแม่ว่า “โยมแม่ไม่ต้องคิดเรื่องลูกที่จะไปธุดงค์ให้มาก ให้คิดห่วงสุขภาพตัวเองดีกว่า ไม่ตายหรอก” ซึ่งเป็นคำพูดที่ลูกบอกกับแม่เป็นครั้งสุดท้ายในวันนั้น และก็เป็นวันสุดท้ายที่ได้อยู่กับลูก ก่อนที่พระคำสิงห์ จะเดินทางไปร่วมโครงการฯ ที่ จ.มุกดาหารในวันที่ 1 ก.ค. โดยมีพี่ชายไปส่ง และมีหลานชายเดินทางไปคอยให้การช่วยเหลือระหว่างออกเดินธุดงค์
กระทั่งในช่วงบ่ายเมื่อวานนี้ ลูกชายคนโตได้มาบอกแม่ว่า ให้ทำใจดีๆ พร้อมกับบอกว่า พระคำสิงห์มรณภาพแล้ว หลังได้ยินคำนั้นร่างกายแม่อ่อนแรงไปหมด พูดไม่ออก ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ และไม่คิดว่า คำพูดในวันที่พระคำสิงห์มาบอกแม่ว่าจะไปธุดงค์ จะเป็นลางบอกเหตุร้าย ยิ่งมาทราบว่า คนขับรถชนพระลูกชาย เป็นเด็กอายุเพียง 11 ปี ตนก็ยิ่งพูดไม่ออก มันจุกในอก อยากรู้ว่าทำไมเด็กอายุแค่นี้ถึงขับรถยนต์ออกมาขับได้ ไม่เชื่อว่า ถ้าเด็กไม่เคยหัดขับรถ ก็ไม่น่าจะขับมาได้ขนาดนี้จนเกิดเหตุสลดและความสูญเสียหนักแบบนี้
อยากเรียกร้องไปยังคู่กรณีได้มาเยียวยาครอบครัว และรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะตอนนี้เป็นทุกข์ใจอย่างมาก ไม่รู้จะทำยังไง ตั้งแต่เกิดเหตุกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะทุกข์ใจ.


