ประจวบคีรีขันธ์ – เปิดแล้ว “มหกรรมผลไม้และของดีป่าละอู ประจำปี 2569” ครั้งที่ 13 อย่างคึกคัก เพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตรและของดีในพื้นที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน โดยชูจุดเด่น “ทุเรียนหมอนทอง GI ป่าละอู” จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 200 บาท พร้อมหวังกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่
วันนี้ ( 1 ก.ค.) นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมผลไม้และของดีป่าละอู ประจำปี 2569” โดยมี นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายวัชระ กำพร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น เกษตรกร ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว และประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก ที่ลานกิจกรรมองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
การจัดงานในปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–5 กรกฎาคม 2569 นับเป็นการจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตรของตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยภายในงานมีการจำหน่ายทุเรียนหมอนทอง GI ป่าละอู ซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในราคากิโลกรัมละ 200 บาท รวมทั้งผลไม้ตามฤดูกาล อาทิ เงาะ มังคุด ลองกอง และกล้วยหอมกะเหรี่ยง ตลอดจนสินค้าชุมชนและสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่เป็นพื้นที่ในโครงการหมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระราชทานที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเลี้ยงโคนมและทำการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกทุเรียนป่าละอู ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของพื้นที่ มีผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมของทุกปี
ด้านเกษตรกรเจ้าของสวนที่นำทุเรียนและผลผลิตทางการเกษตรมาจำหน่ายภายในงาน เปิดเผยว่า บรรยากาศการซื้อขายในวันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักท่องเที่ยวและประชาชนให้ความสนใจเลือกซื้อผลไม้เป็นจำนวนมาก แม้ในปีนี้ผลผลิตทุเรียนหมอนทอง GI ป่าละอูจะมีปริมาณน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตลดลงตามสภาพอากาศ แต่คุณภาพยังคงดีและได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สามารถจำหน่ายได้อย่างรวดเร็ว สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนในช่วงฤดูกาลผลไม้


