เชียงใหม่ - จังหวัดเชียงใหม่ จับมือมูลนิธิรักษ์ไทย และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ขับเคลื่อนแนวคิด Nature Positive ฟื้นฟูธรรมชาติ สร้างความยั่งยืน ผ่านกลไก PES ในพื้นที่ชุมชนบ้านหัวเลา แหล่งต้นน้ำแม่แตง
วันนี้ (30 มิ.ย. 69) ที่ชุมชนบ้านหัวเลา ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ นายวิศกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมการตอบแทนคุณระบบนิเวศตามหลักการ PES (Payment for Ecosystem Services) ภายใต้แนวคิด “Nature Positive : ฟื้นฟูธรรมชาติ เพื่อความยั่งยืนของคนและระบบนิเวศ” ซึ่งจัดโดยมูลนิธิรักษ์ไทย และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อมุ่งส่งเสริมความร่วมมือในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล ผ่านกลไกการตอบแทนคุณระบบนิเวศ (PES) ซึ่งเป็นแนวทางที่สร้างแรงจูงใจให้ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากระบบนิเวศ มีส่วนร่วมสนับสนุนผู้ที่ทำหน้าที่ดูแล อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้ระบบนิเวศสามารถสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศเป็นรากฐานสำคัญของการดำรงชีวิต ทั้งป่าไม้ แหล่งต้นน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงบริการจากธรรมชาติที่สนับสนุนความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม แต่ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้ทรัพยากรเกินขีดความสามารถ และความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการดูแลและฟื้นฟูธรรมชาติ
สำหรับพื้นที่บ้านหัวเลา ถือเป็นพื้นที่สำคัญของระบบนิเวศต้นน้ำแม่แตง มีบทบาทในการกักเก็บน้ำ รักษาความชุ่มชื้นของผืนป่า และดูแลคุณภาพน้ำให้เหมาะสมต่อการอุปโภคบริโภค รวมถึงสนับสนุนภาคเกษตรและการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ โดยชุมชนมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่
ขณะที่ภายในกิจกรรมมีการดำเนินงานฟื้นฟูระบบนิเวศ เช่น การสร้างฝายชะลอน้ำ การปลูกต้นไม้ และกิจกรรมที่ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงแค่กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำให้กับคนในชุมชน
ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด “Nature Positive” ที่มุ่งให้ธรรมชาติมีความสมบูรณ์เพิ่มขึ้นมากกว่าการลดผลกระทบเพียงอย่างเดียว ผ่านความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และชุมชน เพื่อร่วมกันฟื้นฟูธรรมชาติและส่งต่อทรัพยากรที่มีคุณค่าแก่คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน


