ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- วัดโคราชไร้เจ้าอาวาสนาน 5 ปี ชาวบ้านรอไม่ไหวจัดเลือกตั้ง “เจ้าอาวาสคนใหม่”เอง จัดเต็มเปิดให้มีการใช้สิทธิ เข้าคูหากาบัตรและนับคะแนนประกาศผลกันเรียบร้อย ท่ามกลางชาวบ้านบางส่วนค้านไม่เห็นด้วย ด้าน ผอ.สำนักพุทธฯโคราช ยันการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ไม่มีผลทางกม. ชี้ไม่สามารถทำได้โดยเด็ดขาดและประเทศไทยไม่เคยมีปฏิบัติมาก่อน ฝ่ายอาณาจักรไม่มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพราะเป็นอำนาจของคณะสงฆ์ตามกม. และกฎมหาเถรสมาคม อีกทั้งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
วันนี้ ( 30 มิ.ย.69) จากกรณี วัดสอยดาว ต.จันทึก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ว่างเว้นเจ้าอาวาสผู้ปกครองวัด มานานกว่า 5 ปี ซึ่งต่อมาวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นายอุกกฤษฎ์ ขอน้อมกลาง ผู้ใหญ่บ้านบ้านสอยดาว หมู่ 5 ต.จันทึก ได้มีหนังสือถึง พระมหาวรวุฒิ วรวุฑโฒ เจ้าคณะตำบลจันทึก รักษาการเจ้าอาวาสวัดสอยดาว แจ้งความประสงค์ให้ชาวบ้านคัดเลือก “เจ้าอาวาสวัดสอยดาว” เมื่อ 28 มิถุนายน 2569 พร้อมนำรายชื่อ-ภาพถ่าย พระ 2 รูป ที่เข้ารับการคัดเลือก มาติดประกาศบริเวณสถานที่คัดเลือกในวัด โดยจัดโต๊ะ ตู้สำหรับหย่อนบัตรคัดเลือกเจ้าอาวาส และ นำรายชื่อกับภาพของพระสงฆ์ 2 รูป มาติดที่บอร์ด ประกอบด้วย เบอร์ 1 พระปลัดทองเพชร คุณกโร และ เบอร์ 2 พระสมนึก ฐานวโร พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองสาหร่าย จัดกำลังมาดูแลความเรียบร้อย
โดยมีชาวบ้านหลายร้อยคนและพระ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ท่ามกลางชาวบ้านบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย รวมตัวเขียนข้อความประท้วงการคัดเลือกเจ้าอาวาสในครั้งนี้ โดยมองว่า การเลือกเจ้าอาวาสวัดจะต้องผ่านขบวนการตามระเบียบของสงฆ์ โดย นายอนุชิต เสริมจะบก สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลจันทึก (ส.อบต.) พร้อมชาวบ้าน 30 คน ได้ทำหนังสือคัดค้าน ถึง พระมหาวรวุฒิ วรวุฑโฒ แล้ว เพราะไม่เคยมีใครทำมาก่อน ซึ่งหลังปิดหีบหย่อนบัตร เวลาประมาณ 12.30 น. เจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งได้เปิดหีบนับคะแนน และนับผลคะแนน ปรากฏว่า หมายเลข 1 ได้ 260 คะแนน ส่วนหมายเลข 2 ได้ 36 คะแนน และ มีบัตรเสีย 17 ใบ ทำให้พระปลัดทองเพชร คุณกโร หมายเลข 1 ชนะ คะแนนการคัดเลือก ดังกล่าวนั้น
ล่าสุด ดร.พรพนา แสนการุณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่มีผลตามกฎหมาย เนื่องจากผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการวัด หรือฝ่ายบ้านเมือง ไม่มีอำนาจจัดการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ซึ่งอำนาจดังกล่าวเป็นของคณะสงฆ์ ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์และกฎมหาเถรสมาคมเท่านั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความไม่สบายใจให้กับหลายฝ่าย ทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และคณะสงฆ์ เนื่องจากเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่อาจกระทบต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชน โดยย้ำว่า ฝ่ายอาณาจักรไม่มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอนพระสงฆ์ การดำเนินการทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามพระธรรมวินัยและกฎมหาเถรสมาคม
ทั้งนี้ ยอมรับว่า ในช่วงแรกเกิดความคลาดเคลื่อนจากความเข้าใจของเจ้าคณะตำบล ที่อนุญาตให้ผู้ใหญ่บ้านดำเนินการจัดการเลือกตั้งได้ แต่เมื่อมีการตรวจสอบข้อกฎหมายอย่างละเอียดแล้ว จึงได้มีคำสั่งลงวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ให้ยุติการดำเนินการดังกล่าวก่อนวันจัดการเลือกตั้ง เนื่องจากไม่เป็นไปตามระเบียบของคณะสงฆ์ โดยยืนยันว่า การลงคะแนนเลือกผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสครั้งนี้ ถือว่าไม่มีผล และไม่สามารถใช้วิธีการลงคะแนนเสียง ยกมือ หรือทำประชามติ เพื่อคัดเลือกผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสได้โดยเด็ดขาด
สำหรับการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส จะเป็นอำนาจของเจ้าคณะตำบล ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 19 พ.ศ. 2536 โดยจะพิจารณาจากรองเจ้าอาวาส หากไม่มีจึงพิจารณาผู้ช่วยเจ้าอาวาส และหากไม่มีอีก จึงสามารถแต่งตั้งพระภิกษุรูปอื่นที่มีความเหมาะสมให้ปฏิบัติหน้าที่ ก่อนรายงานตามลำดับชั้นไปยังเจ้าคณะอำเภอและเจ้าคณะจังหวัด
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน และหน่วยงานในพื้นที่ ยังสามารถเสนอข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติ ความประพฤติ และความเหมาะสมของพระภิกษุแต่ละรูปให้คณะสงฆ์ใช้ประกอบการพิจารณาได้ แต่เป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่การให้อำนาจฝ่ายบ้านเมืองเข้ามาเลือกหรือแต่งตั้งพระสงฆ์ ซึ่งขณะนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา อยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อจัดทำรายงานเสนอผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
พร้อมประสานคณะสงฆ์และเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ทุกระดับ รวมทั้ง ขอความร่วมมือนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องที่ ให้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบอำนาจตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในลักษณะเดียวกันอีก เพราะประเทศไทยไม่เคยมีแนวปฏิบัติให้ประชาชนหรือฝ่ายบ้านเมือง จัดการเลือกตั้งเจ้าอาวาสหรือผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส เพราะการปกครองคณะสงฆ์เป็นอำนาจของคณะสงฆ์ตามกฎหมายมาโดยตลอด และยืนยันว่า การแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสอยดาวจะดำเนินการตามขั้นตอนของคณะสงฆ์อย่างถูกต้อง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของพระภิกษุผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นสำคัญ


