เชียงใหม่ - ตร.ภูพิงค์ลุยสืบสวนและตรวจสอบวงจรปิด ตามจนเจอตัวหนุ่มบิ๊กไบค์หัวร้อนซิ่งตามด่าท้าต่อยรถยนต์แกร็บ แถมถีบประตูรถเสียหาย เหตุไม่พอใจคู่กรณีเปิดไฟเลี้ยวแล้วปาดหน้ากะทันหัน เบื้องต้นรับสารภาพและขอโทษคู่กรณี พร้อมชดใช้ค่าเสียหาย 2,000 บาทและจ่ายค่าปรับอีก 1,000 บาท ขณะเดียวกันฝั่งคนขับแกร็บโดนข้อหาด้วย ฐานขับรถประมาท ถูกปรับ 500 บาท
จากกรณีสื่อโซเชียลมีการโพสต์เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่ผู้ชายขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์คนหนึ่งไม่พอใจการขับขี่ของรถยนต์ที่ให้บริการรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันแกร็บ ซึ่งเปิดไฟเลี้ยวและเบี่ยงรถกะทันหัน จึงได้ขี่รถตามไปด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายและท้าตีท้าต่อย รวมทั้งใช้เท้าถีบประตูรถยนต์จนได้รับความเสียหาย โดยเหตุเกิดขึ้นบนถนนห้วยแก้ว ในตัวเมืองเชียงใหม่ และทางฝ่ายคนขับรถยนต์ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 69 นั้น ซึ่ง พ.ต.อ.สิโณทัย ลิลิตธรรม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ ได้สั่งการให้งานสืบสวนและสอบสวนติดตามคู่กรณีมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (29 มิ.ย. 69) ที่สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ นายกิตติชน อายุ 39 ปี ชาวตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน และยอมรับว่าก่อเหตุดังกล่าว โดยระบุว่าในช่วงที่ขับขี่รถมาตามทางอยู่ในช่องทางขวา ปรากฏว่าคนขับรถยนต์ที่ขับขี่อยู่ในช่องทางซ้ายได้เปิดไฟเลี้ยวขวาและเบี่ยงเข้ามาในช่องทางขวาทันที ทำให้ตัวเองต้องชะลอรถกะทันหันและเสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุ จึงเกิดความไม่พอใจและขับขี่ตามไปต่อว่าจนกระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของทางราชการบนถนนห้วยแก้วที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้อย่างครบถ้วน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อเชิญตัวนายธีรยุทธ์ อายุ 57 ปี ชาวอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ มาพบคู่กรณีเพื่อพูดคุยเจรจา โดยเบื้องต้นนายกิตติชนได้ขอโทษและยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายธีรยุทธ์ เป็นเงินจำนวน 2,000 บาท ซึ่งเป็นที่ยินยอมและพอใจของทั้งสองฝ่าย ขณะที่ในส่วนของข้อหาดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้านั้น นายกิตติชนได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และถูกเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท
นอกจากนี้ ทางด้านนายธีรยุทธ์ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเช่นกันในฐานความผิดขับรถในทางโดยประมาทอันอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ซึ่งได้ให้การยอมรับสารภาพและถูกเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 500 บาท โดยจากการพูดคุยเจรจากันแล้วคู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้ทำความเข้าใจกันได้ด้วยดีและตกลงที่จะไม่ดำเนินการตามกฎหมายซึ่งกันและกันอีกทั้งทางแพ่ง และอาญา


