บุรีรัมย์ – แม่ลูกสองชาวอ.นางรอง บุรีรัมย์ ร่ำไห้หลังได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนสกลนคร ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมเรียกค่าเสียหาย 2 แสน เจ้าตัวยันไม่เคยทำผิดกฎหมาย วอนตรวจสอบให้ความเป็นธรรม ทนายความเตรียมยื่นมือช่วย
วันนี้ (28 มิ.ย.69) นางพิชชาพร หรือใหม่ อายุ 36 ปี แม่ลูกสอง ชาวบ้านหนองกง ตำบลหนองกง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือจากนักกฎหมายผ่านสื่อ หลังจากเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน สภ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดี “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์” พร้อมทั้งให้นำเงินไปจ่ายให้กับผู้เสียหาย 200,000 บาทด้วย ซึ่งเธอยืนยันว่าตัวเองไม่เคยทำผิดกฎหมาย และไม่เคยไปฉ้อโกงใคร ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปจ่าย เพราะลำพังกินอยู่แต่ละวันยังลำบาก ทั้งมีต้องเลี้ยงลูกอีก 2 คน คือลูกสาวที่กำลังเรียน ม.5 และอนุบาล 3 จึงอยากให้ผู้รู้กฎหมายช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือด้วย
นางพัชชาพร บอกว่า ส่วนตัวไม่เคยทำอะไรผิดกฎหมายเลย แต่ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวข้องอะไรกับที่ตนเอง เอาโทรศัพท์มือถือให้ลูกสาวคนโตใช้ ตั้งแต่เรียนอยู่ ป.5 จนปัจจุบันลูกสาวอยู่ชั้น ม.5 แล้ว แต่จดทะเบียนเป็นชื่อตนเอง แต่เครื่องลูกสาวเป็นคนใช้งานมาตลอด ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาอะไร แต่เมื่อ 3 เดือนก่อน แอปพลิเคชัน True Wallet ของตนถูกใช้งานไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ก็ถามลูกสาวว่าเคยใช้ เบอร์มือถือ หรือแอป True Wallet ไปทำอะไรหรือไม่ ลูกสาวก็ยืนกรานว่าไม่เคยทำอะไร จึงไม่รู้ว่าตนถูกออกหมายเรียกเพราะอะไร และตำรวจยังบอกให้นำเงินไปจ่ายให้ผู้เสียหายอีก 200,000 บาท ก็เครียดมากไม่รู้ว่าทำยังไง
ขณะที่นายสุรเดช เอื้อมเก็บ ทนายความและเจ้าของสำนักงานทนายความในอำเภอหนองกี่ ก็รับปากว่าจะยื่นมือช่วยเหลือเคสนี้ โดยจะประสานงานทางกับพนักงานสอบสวนและผู้เสียหาย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องได้ทำผิดตามที่ถูกออกหมายเรียกหรือไม่อย่างไร
ขณะที่นายสุรเดช เอื้อมเก็บ ทนายความและเจ้าของสำนักงานทนายความในอำเภอหนองกี่ ก็รับปากว่าจะยื่นมือช่วยเหลือเคสนี้ โดยจะประสานงานทางกับพนักงานสอบสวนและผู้เสียหาย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องได้ทำผิดตามที่ถูกออกหมายเรียกหรือไม่อย่างไร


