xs
xsm
sm
md
lg

เปิดงาน “วันเห็ดตับเต่างามที่สามเรือน” ชูเห็ดตับเต่าพืชเศรษฐกิจโกยรายได้ปีละ 20 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พระนครศรีอยุธยา - อบต.สามเรือน เปิดงาน “วันเห็ดตับเต่างามที่สามเรือน ครั้งที่ 15” อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และประชาสัมพันธ์ “เห็ดตับเต่า” พืชเศรษฐกิจที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในดงโสนแห่งเดียวของประเทศไทย ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ปีละกว่า 10-20 ล้านบาท

เวลา 17.00 น. วันนี้ ( 27 มิ.ย.) นายประพันธ์ ตรีบุปผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายคงกฤช รามศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 4 ร่วมเป็นประธานเปิดงาน “วันเห็ดตับเต่างามที่สามเรือน ครั้งที่ 15” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-28 มิ.ย. 2569 โดยมี นายกองตรี ดร.ภาณุพงศ์ ศิริ นายอำเภอบางปะอิน นายอาทิตย์ ภาคอินทรีย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามเรือน หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ที่ศูนย์เรียนรู้เพาะเห็ดตับเต่าบ้านเทโพ หมู่ 5 ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ไฮไลต์ของพิธีเปิดอยู่ที่การใช้ “ผั่วตักดินทองคำ” ขุดผืนดินใต้ดงโสน สื่อถึง “เห็ดตับเต่า” ที่เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ใต้ดินอันล้ำค่าที่ธรรมชาติมอบให้กับชุมชน ก่อนที่ธนบัตรใบละ 20 บาทจำนวนมากจะพวยพุ่งปลิวออกมาเหนือเวที สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้ร่วมงาน ต่างพากันวิ่งเก็บอย่างสนุกสนาน บางคนเก็บได้หลายใบ ขณะที่หลายคนนำเลขท้ายธนบัตรไปเตรียมเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการจำหน่ายและชิมเมนูจากเห็ดตับเต่า ทั้งอาหารคาว ของหวาน และผลิตภัณฑ์แปรรูป อาทิ น้ำพริกเห็ดตับเต่า เห็ดตับเต่าอบแห้ง การประกวดเห็ดตับเต่า การประกวดร้องเพลง การล่องเรือชมวิถีชีวิตริมคลองโพ ชมนิเวศดงโสน ตลอดจนกิจกรรมถ่ายภาพและประกวดเขียนเรียงความชิงรางวัล เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน

นายประพันธ์ กล่าวว่า เห็ดตับเต่าสามเรือนถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีเอกลักษณ์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในดงโสน และได้รับการพัฒนาให้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศระดับประเทศ รวมถึงเป็นแหล่งเพาะเห็ดตับเต่าธรรมชาติขนาดใหญ่ของประเทศไทย

ปัจจุบันมีชาวบ้านกว่า 300 ครัวเรือน ร่วมกันดูแลพื้นที่ดงโสนริมคลองโพกว่า 100 ไร่ โดยไม่ใช้สารเคมี ทำให้ได้เห็ดตับเต่าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ส่งผลให้แต่ละปีมีรายได้หมุนเวียนเข้าสู่ชุมชนกว่า 10-20 ล้านบาท นับเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่เติบโตควบคู่กับวิถีชีวิตของชาวตำบลสามเรือนมาอย่างยั่งยืน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวเพิ่มเติมว่า นักท่องเที่ยวยังสามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้การเพาะเห็ดตับเต่า การอนุรักษ์ระบบนิเวศดงโสน และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับนักวิชาการและปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและต่อยอดสู่การสร้างอาชีพในอนาคต

ขณะเดียวกัน เห็ดตับเต่าตำบลสามเรือนอยู่ระหว่างการผลักดันเข้าสู่กระบวนการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อรับรองคุณภาพ แหล่งกำเนิด และอัตลักษณ์ของเห็ดตับเต่าธรรมชาติแห่งเดียวของพื้นที่ อันจะเป็นการยกระดับสินค้าเกษตรของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศและระดับสากลต่อไป