เพชรบุรี - ประมงเพชรบุรี ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชาวประมงลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ จับได้กว่า 1.8 ตัน เดินหน้าตัดวงจรการแพร่ระบาดช่วงฤดูวางไข่
วันนี้ ( 27 มิ.ย.) นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกรมประมง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ทีมอาสาสมัครกำจัดปลาหมอคางดำ เจ้าหน้าที่กรมประมง ผู้แทนภาคเอกชน และชาวประมงในพื้นที่ รวมกว่า 50 คน ร่วมกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” กำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติบริเวณคลองบางทะลุ หมู่ 3 ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม และคลองบ่อเคี๊ยะ ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
การดำเนินงานมีเป้าหมายเพื่อควบคุมและลดการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำพื้นถิ่น ควบคู่กับการกำจัดปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศ และนำไปใช้ประโยชน์ให้เกิดมูลค่าสูงสุด ตามนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำหนดมาตรการหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การจำกัดพื้นที่การแพร่ระบาด การเร่งกำจัด และการนำปลาหมอคางดำไปใช้ประโยชน์
ผลการลงพื้นที่ครั้งนี้ สามารถจับปลาหมอคางดำได้รวม 1,813 กิโลกรัม ก่อนส่งมอบให้องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป
นายประจวบ กล่าวว่า การลงแขกลงคลองครั้งนี้ใช้เครื่องมืออวนลากเข็นไปตามลำคลอง เพื่อจับปลาหมอคางดำ ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูวางไข่ จึงเป็นช่วงสำคัญในการเร่งกำจัดเพื่อตัดวงจรการแพร่พันธุ์ พร้อมทั้งสร้างรายได้ให้กับชาวประมงจากการจำหน่ายปลา
ปัจจุบันจังหวัดเพชรบุรีพบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำใน 18 สายคลอง รวม 24 แหล่งน้ำ โดยที่ผ่านมาได้กำจัดและนำปลาออกจากระบบนิเวศแล้วกว่า 240,000 กิโลกรัม ส่งเข้าสู่โรงงานผลิตปลาป่น ขณะที่ล่าสุดโรงงานปลาป่นในจังหวัดสมุทรสาครประกาศรับซื้อปลาเพิ่มอีก 1 ล้านกิโลกรัม ถือเป็นข่าวดีที่จะช่วยรองรับผลผลิตจากการกำจัดปลาหมอคางดำได้มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการนำปลาหมอคางดำไปใช้ประโยชน์ในหลายรูปแบบ อาทิ ทำเหยื่อล่อปูม้า เหยื่อเลี้ยงปลากะพงขาว และเลี้ยงปูดำ โดยเฉพาะในพื้นที่เพชรบุรีมีการใช้ปลาหมอคางดำเป็นเหยื่อเลี้ยงปลากะพงขาวเฉลี่ยเดือนละประมาณ 4 ตัน ขณะที่ชาวประมงที่ทำประมงลอบปูใช้เป็นเหยื่อล่อปูเฉลี่ยวันละ 3 ตัน หรือกว่า 60 ตันต่อเดือน รวมถึงการส่งให้เรือนจำเขากลิ้งนำไปแปรรูปเป็นน้ำปลา ซึ่งมีแผนใช้วัตถุดิบรวม 5,000 กิโลกรัม และดำเนินการแล้ว 1,800 กิโลกรัม
ประมงจังหวัดเพชรบุรีกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้การกำจัดปลาหมอคางดำจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องและสามารถนำปลาออกจากระบบนิเวศได้เป็นจำนวนมาก แต่ในช่วงฤดูวางไข่ยังพบการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น สังเกตได้จากปลาที่จับได้มีขนาดใกล้เคียงกันจำนวนมาก จึงขอความร่วมมือจากประชาชนร่วมกันกำจัดและนำปลาหมอคางดำไปใช้ประโยชน์ รวมถึงสนับสนุนการบริโภคผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาหมอคางดำ เพื่อช่วยตัดวงจรการแพร่พันธุ์และลดผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างยั่งยืน


