พระนครศรีอยุธยา - ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ใช้เวลาเพียง 4 วัน แกะรอยติดตามรถกระบะคอกบรรทุกที่ก่อเหตุเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์จนมีผู้เสียชีวิต ก่อนหลบหนี กระทั่งตามตัวคนขับได้ที่ จ.กำแพงเพชร เจ้าตัวยอมรับเป็นผู้ขับรถในวันเกิดเหตุ อ้างไม่รู้ว่าชนเพราะบรรทุกเงาะเต็มคันและเปิดเพลงเสียงดัง พร้อมยกมือไหว้ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตและยินยอมรับผิดตามกฎหมาย
จากกรณีเมื่อเวลาประมาณ 02.50 น. วันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุบนถนนสาย 309 (โรจนะ) ช่วงก่อนขึ้นสะพานต่างระดับอยุธยา ขาเข้าตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา รถกระบะคอกบรรทุกได้ขับเลยทางเบี่ยง ก่อนหยุดรถและถอยหลัง จนเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของนายเกียรติศักดิ์ พันธ์ทอง อายุ 23 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ ซึ่งกำลังเดินทางไปรับแฟนสาวที่สถานีรถไฟอยุธยา เป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ก่อนที่รถกระบะจะหลบหนีไป
ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ปองภพ ประสบพิชัย ผู้กำกับการ สภ.พระนครศรีอยุธยา สั่งระดมกำลังชุดสืบสวนไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่าง ๆ จนสามารถระบุรถต้องสงสัยได้ และประสานตำรวจ สภ.บึงสามัคคี จ.กำแพงเพชร ลงพื้นที่ติดตามตัวผู้ครอบครองรถ
จากการสอบสวนทราบว่า นายธงชัย เป็นผู้ขับรถกระบะคันดังกล่าว โดยให้การว่าเพิ่งขับรถบรรทุกเงาะจาก จ.ตราด กลับ จ.กำแพงเพชร เนื่องจากไม่ชำนาญเส้นทางจึงขับเลยทางแยก เมื่อเห็นป้ายไป จ.นครสวรรค์ จึงหยุดรถและถอยหลังเพื่อเปลี่ยนช่องทาง แต่ไม่เห็นรถจักรยานยนต์ที่อยู่ด้านหลัง อีกทั้งรถบรรทุกเงาะเต็มคันและเปิดเพลงเสียงดัง จึงไม่รู้ว่ามีการเฉี่ยวชนเกิดขึ้น
ต่อมา วันที่ 26 มิถุนายน 2569 นายธงชัยได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน พร้อมนำรถกระบะคันเกิดเหตุเข้าตรวจพิสูจน์ร่องรอยการชน โดยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ ขับรถก่อให้เกิดความเสียหายแล้วไม่หยุดให้ความช่วยเหลือหรือแสดงตัวต่อเจ้าพนักงาน เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
นายธงชัยกล่าวทั้งน้ำตาว่า ไม่ได้มีเจตนาหลบหนี หากรู้ว่ามีคนถูกรถชนคงไม่ขับรถต่อ พร้อมยกมือไหว้ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต และได้มอบเงินช่วยเหลือค่าจัดงานศพเบื้องต้นจำนวน 10,000 บาท โดยยืนยันพร้อมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้าน พ.ต.อ.ปองภพ ประสบพิชัย ผู้กำกับการ สภ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 2 วันในการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง ก่อนประสานตำรวจในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร จนสามารถติดตามตัวผู้ขับขี่ได้ภายใน 4 วัน และเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นผู้ขับรถในคืนเกิดเหตุ
ผู้กำกับการ สภ.พระนครศรีอยุธยา ยังฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้เคารพกฎจราจร และหากเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าจะรุนแรงเพียงใด ควรหยุดรถให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ เพราะการหลบหนีนอกจากจะเป็นความผิดตามกฎหมายแล้ว ยังซ้ำเติมความสูญเสียที่เกิดขึ้นอีกด้วย.


