พระนครศรีอยุธยา - หญิงวัย 42 ปี เข้าแจ้งความหลังถูกตะขอเบ็ดตกปลาเกี่ยวเข้าที่โหนกแก้มซ้าย ขณะขี่รถจักรยานยนต์พาลูกสาวผ่านจุดตกปลาริมคลองใน อ.วังน้อย จนต้องเข้ารับการผ่าตัดนำตะขอออก วอนผู้ตกปลาริมถนนเพิ่มความระมัดระวัง หวั่นครั้งหน้าหากเกี่ยวดวงตาหรือทำรถล้ม อาจเกิดเหตุร้ายแรงกว่านี้ ล่าสุดพบผู้ตกปลาเป็นเยาวชนวัย 15 ปี ก่อนทั้งสองฝ่ายพูดคุยทำความเข้าใจ โดยผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ต.ลำตาเสา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พบ น.ส.นรินทิพย์ กุลสุวรรณ อายุ 42 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บจากตะขอเบ็ดเกี่ยวบริเวณโหนกแก้มด้านซ้าย พร้อมนำภาพถ่ายขณะเกิดเหตุและบาดแผลหลังเข้ารับการรักษามาเปิดเผย เพื่อเตือนเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนและผู้ที่ตกปลาริมคลอง
น.ส.นรินทิพย์ เล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.31 น. ขณะขี่รถจักรยานยนต์พร้อมลูกสาวไปตลาด บนถนนสายหลังวัดบ้านสร้าง ระหว่างผ่านจุดที่มีชายกำลังตกปลาอยู่ริมคลอง เห็นว่ากำลังดึงเบ็ดขึ้นจากน้ำจึงขับผ่าน เพราะคิดว่าไม่มีอันตราย แต่เพียงชั่วครู่สายเอ็นเบ็ดกลับพาดรัดบริเวณลำคอของทั้งตนเองและลูกสาว ก่อนลูกจะร้องว่าตะขอเบ็ดเกี่ยวเข้าที่ใบหน้า ทำให้ต้องรีบจอดรถ
หลังเกิดเหตุ ผู้ตกปลาได้รีบนำคีมมาตัดสายเอ็นออก ก่อนที่ผู้เสียหายจะเดินทางเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวังน้อย โดยแพทย์ต้องกรีดแผลเพื่อนำตะขอเบ็ดที่ฝังลึกออกจากโหนกแก้ม และนัดทำแผลต่อเนื่องเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
ผู้เสียหายยอมรับว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าขี่รถผ่านจุดที่มีผู้ตกปลาอีก แม้จะเป็นเส้นทางที่ใช้เป็นประจำ พร้อมฝากเตือนผู้ที่นิยมตกปลาริมถนนว่า ควรคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทาง เพราะหากตะขอเกี่ยวถูกดวงตา หรือทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม อาจเกิดความสูญเสียมากกว่านี้
นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.วังน้อย เพื่อเป็นหลักฐาน โดยยืนยันว่าไม่ได้ต้องการดำเนินคดี เพียงต้องการให้ผู้ก่อเหตุออกมาพูดคุยและตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น
ต่อมา ผู้เสียหายได้กลับไปยังจุดเกิดเหตุและพบผู้ที่กำลังตกปลา ซึ่งจำได้ว่าเป็นบุคคลเดียวกับวันเกิดเหตุ ก่อนทราบว่าเป็นเยาวชนชายอายุ 15 ปี โดยเยาวชนชี้แจงว่า ขณะเหวี่ยงเบ็ด ตะขอไปเกี่ยวกิ่งไม้ และเข้าใจว่าสายเอ็นอยู่สูงกว่าศีรษะผู้ใช้ถนน แต่เมื่อสายเอ็นตึง ตะขอจึงสะบัดหลุดจากกิ่งไม้และพุ่งมาเกี่ยวเข้าที่โหนกแก้มของผู้เสียหาย
ภายหลัง ทั้งสองฝ่ายได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจ โดยผู้เสียหายได้กล่าวตักเตือนเยาวชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการตกปลาบริเวณใกล้ถนนที่มีประชาชนสัญจร พร้อมยืนยันว่าไม่ติดใจเอาความ เนื่องจากเห็นว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ควรเป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในลักษณะเดียวกันกับผู้อื่นอีก
ผู้เสียหายยังฝากเตือนผู้ที่ตกปลาตามริมถนนหรือริมคลองใกล้เส้นทางสัญจร ให้หลีกเลี่ยงการเหวี่ยงหรือตวัดคันเบ็ดในขณะที่มีรถหรือประชาชนผ่านไปมา และควรรอให้พ้นระยะปลอดภัยก่อน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของผู้อื่น


