xs
xsm
sm
md
lg

เทศบาลนครโคราชเฮ! ศาลปกครองสูงสุดยกฟ้อง คดีโครงการกำจัดขยะ 2 พันล้าน พร้อมเร่งเดินหน้าต่อ หลังยืดเยื้อมากว่า 5 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- เทศบาลนครโคราชเฮ ศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นยกฟ้อง คดีเอกชนฟ้องเพิกถอนบริษัทผู้ผ่านการคัดเลือกลงทุนก่อสร้างโครงการระบบกำจัดมูลฝอย ระยะที่ 2 ของเทศบาลฯ 2 พันล้าน ต้องระงับโครงการฯยืดเยื้อมากว่า5 ปี ศาลชี้ดำเนินการจัดหาเอกชนลงทุนด้วยวิธีคัดเลือกชอบด้วย กม.แล้วและผู้ฟ้องไม่ได้รับคัดเลือกให้เข้ายื่นข้อเสนอจัดจ้างเหตุไม่เข้าเกณฑ์ TOR ล่าสุดเทศบาลฯ เตรียมเดินหน้าต่อ เร่งก่อสร้างแก้ปัญหาขยะล้นเมือง

วันนี้ ( 25 มิ.ย.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ ศาลปกครองนครราชสีมา ได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ.572/2566 คดีหมายเลขแดงที่ 565/2566 ระหว่าง ผู้ฟ้อง คดี บริษัท อัลไลแอนด์คลีน เพาเวอร์ จำกัด , ผู้ร้องสอด ผู้บริษัท ทีพีไอโพลีนเพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และผู้ถูกฟ้องคดี เทศบาลนครนครราชสีมา ที่ 1 , นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ที่ 2 และผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ที่ 3 เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ออกคำสั่งทางปกครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมี นายทวีศักดิ์ พันธ์วิเศษศักดิ์ อดีตปลัดเทศบาลนครนครราชสีมา พร้อมพวก เดินทางมารับฟังคำพิพากษา


ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 3 และ ผู้ร้องสอดอุทธรณ์ คำพิพากษาศาลปกครองนครราชสีมา คดีหมายเลขดำที่ 112/2565 หมายเลขแดงที่ 46/2566 และเพิ่มเติม ฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นนิติบุคคล ประเภทบริษัทจัดประกอบกิจการเกี่ยวกับการกำจัดมูลฝอยที่เป็นแบบเผาตรงในระบบปิด โดยใช้ตะกรันและระบบผลิตกระแสไฟฟ้า ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้ประกาศเทศบาลนครนครนครราชสีมา ฉบับที่ 864 เรื่อง ประกาศเผยแพร่ร่างขอบเขตของงาน (TOR) จัดหาเอกชนดำเนินการลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการโครงการระบบกำจัดมูลฝอย ระยะที่ 2 เทศบาลนครนครนครราชสีมา มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2563 โดยมิชอบ โดยได้ดำเนินการจัดหาเอกชนด้วยวิธีคัดเลือก ซึ่งมิได้ปฏิบัติตามข้อ 18 วรรคหนึ่งของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจัดการมูลฝอย พ.ศ.2560 ที่กำหนด ให้ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) มายื่นข้อเสนอตามขั้นตอนที่กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดไว้


เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า คณะกรรมการดำเนินการจัดหาเอกชนลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการโครงการระบบกำจัดมูลฝอย ระยะที่ 2 โดยวิธีคัดเลือก มีมติเห็นชอบรายชื่อผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย และให้มีหนังสือเชิญผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย มายื่นข้อเสนอในวันที่ 18 มกราคม 2564 ปรากฏมีผู้มายื่นข้อเสนอ 2 ราย ได้แก่ บริษัท บัวใหญ่ ไบโอ เพาเวอร์ จำกัด และ ผู้ร้องสอด คณะกรรมการฯ จึงได้พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคและการลงทุน รวมทั้ง ด้านราคาและผลประโยชน์ตอบแทน โดยให้บริษัท บัวใหญ่ฯ ได้คะแนนรวมทั้งหมด 68 คะแนน และผู้ร้องสอดได้ 98 คะแนน จึงมีมติเห็นควรเลือกให้ผู้ร้องสอดเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการโครงการระบบกำจัดมูลฝอย ระยะที่ 2 เทศบาลนครนครนครราชสีมา


ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรา 34/1 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ประกอบขั้นตอนการปฏิบัติงานในการจัดจ้างโดยวิธีการคัดเลือก ตามมาตรา 55 (2) และมาตรา 56 (1) (ข) แห่ง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และข้อ 45 ข้อ 74 และข้อ 126 ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 รวมทั้ง ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจัดการมูลฝอย พ.ศ.2560 ข้อ 12 ข้อ 16 ข้อ 17 และข้อ 18

ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีประกาศเทศบาลนครนครนครราชสีมา ฉบับที่ 160 เรื่อง ประกาศผู้ผ่านการคัดเลือกการยื่นข้อเสนอ สำหรับโครงการจัดหาเอกชนดำเนินการลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการโครงการระบบกำจัดมูลฝอย ระยะที่ 2 โดยวิธีการคัดเลือก ลงวันที่ 23 มีนาคม 2564 จึงเป็นการออกคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมาย อุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดี และ ผู้ร้องสอด จึงฟังขึ้น


สำหรับกรณีที่ผู้ฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นหนังสือลงวันที่ 11 ธันวาคม 2563 แสดงเจตจำนงเข้าร่วมประมูลงานไว้ล่วงหน้า แต่ไม่ได้รับหนังสือเชิญชวนให้เข้ามาเป็นผู้ประกอบการจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดีมีรายชื่อเป็นผู้ประกอบการของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน อยู่ในลำดับที่ 12 ระบุ สำนักงานประจำเขตจังหวัดขอนแก่น ขนาดกำลังการผลิต 6.0 เมกะวัตต์ ซึ่งน้อยกว่า 9.0 เมกะวัตต์ จึงไม่เป็นไปตามขนาดกำลังการผลิตที่โครงการของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ต้องการ ไม่อยู่ใน 3 ลำดับที่จะได้รับการคัดเลือก ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ได้รับคัดเลือกให้ยื่นข้อเสนอในการจัดจ้างโดยวิธีการคัดเลือกดังกล่าว เนื่องจากคุณสมบัติของผู้ฟ้องคดี โดยเฉพาะขนาดกำลังการผลิตไม่เข้าตามหลักเกณฑ์ที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้กำหนดไว้ตามประกาศเทศบาลนครนครนครราชสีมา ฉบับที่ 864 เรื่อง ประกาศเผยแพร่ร่างขอบเขตของงาน จัดหาเอกชนดำเนินการลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการโครงการฯ ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ไม่มีหนังสือเชิญชวนผู้ฟ้องคดี ให้เข้ามาเป็นผู้ประกอบการฯ จึงเป็นไปโดยชอบแล้ว ข้ออ้างของผู้ฟ้องคดีจึงฟังไม่ขึ้น

และการที่ศาลปกครองชั้นต้น พิพากษาเพิกถอนประกาศเทศบาลนครนครนครราชสีมา ฉบับที่ 160 เรื่อง ประกาศผู้ผ่านการคัดเลือกการยื่นข้อเสนอ สำหรับโครงการระบบกำจัดมูลมูลฝอยระยะที่ 2 โดยวิธีการคัดเลือก โดยให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ออกประกาศ ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นชั้นต้น เป็นยกฟ้อง


ทั้งนี้ ทางเทศบาลนครนครนครราชสีมา โดย นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา หลังรับทราบคำพิพากษาฯ ได้เตรียมเดินหน้าโครงการระบบกำจัดมูลมูลฝอยระยะที่ 2 ต่อ เพื่อเร่งบำบัดขยะและลดปัญหาปริมาณขยะล้นเมือง ซึ่งศูนย์กำจัดขยะมูลฝอย เทศบาลนครนครนครราชสีมา ขนาดพื้นที่ประมาณ 243 ไร่ ที่ตั้งอยู่ในเขต ต.โพธิ์กลาง และ ต.หนองบัวศาลา อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เดิมเป็นพื้นที่โครงการอีสานเขียว รับผิดชอบดูแลโดยกองทัพภาคที่ 2 ต้องกำจัดขยะมูลฝอยจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 34 แห่งและขยะจากภาคเอกชนในพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา อ.หนองบุญมาก อ.โชคชัย และ อ.เฉลิมพระเกียรติ รวมปริมาณเฉลี่ย 450-500 ตันต่อวัน แบ่งเป็นขยะในเขตเทศบาลนครฯ 200 ตัน และนอกเขตเทศบาล 250 ตัน แต่ระบบสามารถกำจัดได้วันละ 100 ตัน และนำไปใช้ในระบบผลิตปุ๋ยอินทรีย์กับผลิตกระแสไฟฟ้า จำนวน 25,000 หน่วยต่อเดือน คงเหลือขยะสะสมนับแสนตันที่ถูกเทกองไว้กลางแจ้ง ซึ่งสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งกลิ่นและน้ำชะล้างจากกองขยะ นายแพทย์วรรณรัตน์ฯ นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา จึงเร่งดำเนินโครงการลดขยะ 3R เพื่อลดปริมาณขยะให้น้อยลง ด้วยการลดการใช้ นำกลับมาใช้ซ้ำ และนำขยะกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งทำให้ปริมาณขยะชุมชนลดลงพอสมควร