ประจวบคีรีขันธ์ - ไร่ทิพย์โอชาคีรีฟาร์มสเตย์ ป่าละอู หัวหิน เปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์ทุเรียนหมอนทอง GI ป่าละอู ชมสวน เลือกตัดทุเรียนจากต้น พร้อมบริการส่งตรงทั่วประเทศ เผยปีนี้ผลผลิตลดลงจากผลกระทบภัยแล้ง ขณะที่ราคาหน้าสวนอยู่ที่ 180-250 บาทต่อกิโลกรัม เตรียมจัดบุฟเฟ่ต์ทุเรียน 3 รอบใหญ่ วันที่ 11, 18 และ 25 กรกฎาคมนี้
นางชลทิพย์ ล้ำเลิศ เจ้าของไร่ทิพย์โอชาคีรีฟาร์มสเตย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทุเรียนหมอนทองป่าละอูเริ่มเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยทางไร่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างใกล้ชิด ทั้งการเยี่ยมชมสวนทุเรียน เรียนรู้วิธีการปลูก และเลือกตัดทุเรียนที่มีความแก่ประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์จากต้นด้วยตนเอง
สำหรับการดูแลผลผลิต ทางไร่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยเลือกใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพสูตรเฉพาะของทางไร่ อาทิ นมวัว มูลไส้เดือน และปุ๋ยหมัก เพื่อบำรุงต้นทุเรียนอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาลผลิต ส่งผลให้ได้ผลผลิตคุณภาพดี มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์
นอกจากนี้ ทางไร่ยังมีบริการสั่งจองทุเรียนออนไลน์ จัดส่งตรงถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ รวมถึงบริการปอกทุเรียนบรรจุกล่องสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมสวน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเลือกซื้อผลผลิตกลับบ้าน
นางชลทิพย์กล่าวว่า จุดเด่นของทุเรียนหมอนทองป่าละอูอยู่ที่เนื้อเนียนละเอียด แน่น เมล็ดลีบ กลิ่นไม่ฉุน และมีรสชาติหวานมันเป็นเอกลักษณ์ อันเป็นผลจากสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศที่เหมาะสมของพื้นที่ห้วยสัตว์ใหญ่ ซึ่งมีแม่น้ำปราณบุรีไหลผ่าน ทำให้ทุเรียนป่าละอูได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ผลผลิตทุเรียนป่าละอูลดลงจากปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง โดยราคาจำหน่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 180-250 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับคุณภาพและขนาดของผลผลิต ขณะที่ทุเรียนเกรดพรีเมียมมีราคาประมาณ 250 บาทต่อกิโลกรัม
เจ้าของไร่ทิพย์โอชาคีรีฟาร์มสเตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในไร่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้องพัก ลานกางเต็นท์ริมแม่น้ำปราณบุรี ห้องประชุมสัมมนา สระว่ายน้ำ ห้องอาหาร ร้านกาแฟ รวมถึงบริการรถกอล์ฟและจักรยานสำหรับปั่นชมสวน ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันร่มรื่น เหมาะสำหรับการพักผ่อนในช่วงวันหยุด
พร้อมกันนี้ ทางไร่เตรียมจัดกิจกรรม “บุฟเฟ่ต์ทุเรียนหมอนทองป่าละอู ครั้งที่ 2” ประจำปี 2569 ในวันที่ 11, 18 และ 25 กรกฎาคม 2569 โดยเปิดให้บริการทั้งรอบกลางวันและรอบเย็น นักท่องเที่ยวจะได้ลิ้มรสทุเรียนหมอนทองป่าละอูคุณภาพ พร้อมเมนูอาหารขึ้นชื่อของทางไร่และผลไม้ตามฤดูกาล เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์ทุเรียนป่าละอูให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น
ด้านนายขุนพล งามคง เกษตรอำเภอหัวหิน เปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่ปลูกทุเรียนป่าละอูมีประมาณ 4,800 ไร่ มีเกษตรกรผู้ปลูกมากกว่า 500 ราย โดยในปีนี้มีพื้นที่เก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณ 3,200 ไร่ คาดว่าจะมีผลผลิตรวมประมาณ 1,200-1,300 ตัน ซึ่งลดลงจากปีก่อนจากผลกระทบของภัยแล้ง ขณะที่ราคาทุเรียนหน้าสวนอยู่ที่ประมาณ 180-200 บาทต่อกิโลกรัมขึ้นไป
นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569 องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอหัวหิน และเกษตรกรในพื้นที่ จะจัดงาน “มหกรรมผลไม้และของดีป่าละอู ครั้งที่ 13” ณ ลานอเนกประสงค์ อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ ภายในงานมีการจำหน่ายทุเรียนหมอนทองป่าละอู GI ในราคาประมาณ 200 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและผู้บริโภคได้เลือกซื้อผลผลิตคุณภาพจากชาวสวนโดยตรง
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ไร่ทิพย์โอชาคีรีฟาร์มสเตย์ ป่าละอู โทรศัพท์ 081-113-5835 หรือทางเฟซบุ๊กเพจของไร่ทิพย์โอชาคีรีฟาร์มสเตย์


