ฉะเชิงเทรา – นักธรณีวิทยา เดินหน้านำเสนอหลักฐานทางวิชาการบ่งชี้ถึงแหล่งพลังงานใต้ผืนแผ่นดินไทยสู่ภาคประชาชน หวังช่วยส่งเสียงดังถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เร่งวางแผนรับมือพลังงานขาดแคลนในอนาคต
วันนี้ ( 24 มิ.ย.) นายอารักษ์ แสงสมพงษ์ อดีตนักวิจัยธรณีวิทยาโครงสร้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เดินสายขับเคลื่อนหลักการทางวิชาการเพื่อให้ความรู้ด้านธรณีวิทยา พลังงานใต้ผืนแผ่นดินไทยในยุคกลาง “มหายุคมีโซโซอิก” 100-200 ล้านปี สู่ภาคประชาชน ณ ร้านกาแฟ Good Barista and Coffee Beans Space ใกล้ศาลากลาง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อหวังให้เป็นแรงผลักดันในการสื่อสารไปถึงสภาผู้แทนราษฎร
โดยปัจจุบันประเทศไทย ยังคงพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูง เป็นลำดับที่ 67 ของโลกหรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ที่มีความเสี่ยงต่อ เศรษฐกิจ จากปัญหาด้านพลังงาน และยังส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนจากต้นเหตุของราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นตามราคาพลังงาน
การเสวนาในครั้งนี้มีผู้มีชื่อเสียงทางสังคมระดับท้องถิ่นให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟัง และซักถามถึงข้อมูลในทางวิชาการ รวมถึงร่วมแสดงความคิดเห็นต่อเนื้อหาและข้อมูลการบรรยาย อาทิ นายกอบพัฒน์ ไพศาลเจริญ ส.อบจ.ฉะเชิงเทรา เขต 5 และนายศุกติชา ตันเจริญ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ฉะเชิงเทรา พรรคประชาชน
ขณะที่ น.ส.เพชร ทิพย์สุวรรณ อายุ 40 ปี ชาว กทม. ที่เข้าร่วมรับฟังการบรรยายเผยว่าเป็นความรู้ใหม่เรื่องที่ประเทศไทยมีแหล่งชั้นหินที่มีแนวโน้มว่าจะมีน้ำมันในปริมาณมากในพื้นที่ที่ยังไม่มีการสำรวจมาก่อน และการนำเสนอข้อมูลสู่ประชาชนในครั้งนี้ถือเป็นข้อมูลในเชิงวิทยาศาสตร์ในเรื่องของธรณีวิทยา ที่สามารถรับรู้ได้แบบคร่าวๆ และจำเป็นที่จะต้องมีการสำรวจอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้มีข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงได้มากกว่านี้ เพื่อนำไปสู่การลงทุนของภาคเอกชนหรือหน่วยงานจากภาครัฐ
“ สิ่งที่ต้องขับเคลื่อนต่อไปคือการเผยแพร่ข้อมูลนี้ให้ประชาชนในวงกว้างได้รับรู้ และทำความเข้าใจให้กับส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการลงมือสำรวจอย่างจริงจังในช่วงที่มีวิกฤตพลังงาน ซึ่งในส่วนของประชาชนทั่วไป เราจะใช้ความเชื่อส่วนตัวนั้นคงไม่ได้ จึงจะต้องมีข้อมูลความรู้ทางวิชาการและการเปรียบเทียบข้อมูลในทางเทคนิคให้มาก และ ข้อมูลที่ได้รับฟังมาจากการบรรยายในครั้งนี้ มองว่ามีความเป็นไปได้และจำเป็นจะต้องได้รับการสนับสนุนให้มีการสำรวจเพิ่มเติมเชิงลึก รวมทั้งการศึกษาเพิ่มเติมเปรียบเทียบกับแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ในต่างประเทศ เพื่อดูปริมาณในพื้นที่และความเป็นได้ ในการพิสูจน์ว่ามีมากน้อยเพียงใด
พร้อมบอกว่าสิ่งนี้ถือเป็นสิ่งใหม่ที่น่าสนใจและมองว่าเป็นสิ่งสำคัญ แต่เหตุใดเรื่องดังกล่าวจึงไม่ถูกพูดถึงหรือไม่ได้รับการให้ความสำคัญ ทั้งที่น้ำมันเป็นทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ แต่กลับไม่ได้ถูกหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นในการแก้ไขปัญหาด้านวิกฤตพลังงานของชาติ
เช่นเดียวกับ นายศุกติชา ตันเจริญ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ฉะเชิงเทรา พรรคประชาชน ที่บอกว่า การได้รับรู้ข้อมูลองค์ประกอบในเรื่องทางธรณีวิทยา รวมถึงแหล่งขุดเจาะพลังงานที่มีอยู่ในประเทศไทย ทำให้มีความคาดหวังว่า หากเกิดขึ้นได้จริงจะส่งผลดีต่อการหาแหล่งพลังงานที่ยั่งยืนกว่าให้แก่ประเทศไทย
“ แต่ในวันนี้กลับยังไม่เกิดขึ้นเลย จึงเกิดความรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้มันควรที่จะเกิดการพูดคุยกันในวงกว้างมากขึ้นแล้ว เพื่อให้เกิดการรับฟังและนำไปปฏิบัติในเชิงของยุทธศาสตร์พลังงานของชาติ ที่มีความคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นได้จริง และที่สำคัญเรื่องนี้ควรเป็นยุทธศาสตร์ของชาติในการหาแหล่งพลังงานที่ยั่งยืนในอนาคตให้กับคนในประเทศ”
นายศุกติชา ยังกล่าวอีกว่าหากประชาชนยังไม่ช่วยกันออกมาพูด หรือร้องตะโกนให้ดังออกไปเรื่องดังกล่าวก็จะไม่ถูกนำเสนอในวงกว้าง และย่อมเป็นเรื่องยากในการเริ่มต้น หากผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว


