ลพบุรี – เกษตรกรรุ่นใหม่สานต่ออาชีพครอบครัว นำนวัตกรรมการเกษตรผสานศาสตร์พระราชา พัฒนาการปลูกกล้วยหอมคาเวนดิช จนเป็นสินค้าเกรดส่งออก ขยายเครือข่ายสมาชิกกว่า 100 ไร่ สร้างรายได้เฉลี่ยไร่ละ 300,000 บาทต่อปี พร้อมได้รับการยกย่องเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ "ไร่ไพวัลย์ กล้วยหอม" ในพื้นที หมู่ 4 ตำบลชอนม่วง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี พบความสำเร็จของ นายไพวัลย์ แจ่มแจ้ง เกษตรกรต้นแบบที่พลิกผืนดินจากการทำนาและทำเกษตรผสมผสาน มาสู่การปลูกกล้วยหอมคาเวนดิช อย่างจริงจัง จนสามารถสร้างรายได้เฉลี่ยสูงถึงไร่ละ 300,000 บาทต่อปี
จากจุดเริ่มต้นพื้นที่เพาะปลูกเพียง 3 ไร่เศษ เมื่อปี 2564 ปัจจุบันได้ขยายเครือข่ายร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมกว่า 30 ราย จัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน "กล้วยหอมลพบุรี" มีพื้นที่เพาะปลูกรวมกว่า 100 ไร่ โดยมี นายนพนันท์ แจ่มแจ้ง บุตรชาย ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์จังหวัดลพบุรี และประธานวิสาหกิจชุมชนกล้วยหอมลพบุรี เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้และขยายตลาด
สวนแห่งนี้เลือกปลูกกล้วยหอมสายพันธุ์คาเวนดิช ซึ่งพัฒนาสายพันธุ์จากประเทศอิสราเอล และผ่านการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร มีจุดเด่นคือให้ผลผลิตสูง ลำต้นแข็งแรง และเหมาะสำหรับตลาดส่งออก โดยนำนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ควบคู่กับแนวพระราชดำริด้านเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทั้งระบบน้ำหยดที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากมูลวัว การกำจัดแมลงด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น และการใช้เชือกฟางแทนไม้ค้ำเพื่อลดต้นทุนการผลิต
นอกจากนี้ ยังนำรถโฟล์คลิฟท์ขนาดเล็กมาดัดแปลงใช้ในสวนกล้วย เพื่อช่วยห่อผลและเก็บเกี่ยวผลผลิตจากต้นที่มีความสูงกว่า 2 เมตร ลดการใช้แรงงาน ลดความเสี่ยง และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
นายนพนันท์ กล่าวว่า กล้วยหอมคาเวนดิชกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากมีผลขนาดใหญ่ ให้ผลผลิตสูงถึง 17 หวีต่อเครือ น้ำหนักมากถึง 80 กิโลกรัมต่อเครือ ปัจจุบันสวนสามารถเก็บผลผลิตได้กว่า 20 ตันต่อเดือน และวางระบบการผลิตโดยใช้ "การตลาดนำการผลิต" คือมีตลาดรองรับก่อนวางแผนปลูก ทำให้สามารถผลิตได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า ทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ
ปัจจุบัน วิสาหกิจชุมชนกล้วยหอมลพบุรีมีการทำตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น รวมถึงห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ในประเทศ พร้อมพัฒนาระบบบ่มผลผลิตในห้องเย็นที่ดัดแปลงจากตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อควบคุมคุณภาพให้ตรงตามความต้องการของแต่ละตลาด ขณะที่ในแต่ละวันยังมีพ่อค้าและแม่ค้าจากหลายจังหวัดเดินทางมารับผลผลิตถึงสวนอย่างต่อเนื่อง
ด้านผลตอบแทน เกษตรกรสามารถปลูกได้ประมาณ 600 ต้นต่อไร่ เก็บเกี่ยวปีละ 2 รอบ รอบละประมาณ 6 เดือน แต่ละเครือจำหน่ายได้ในราคา 300-500 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและคุณภาพของผลผลิต เมื่อรวมรายได้จากการจำหน่ายผลสด ต้นพันธุ์ หน่อพันธุ์ และการแปรรูป สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยประมาณ 300,000 บาทต่อไร่ต่อปี อีกทั้งยังปลูกครั้งเดียวสามารถให้ผลผลิตต่อเนื่องนาน 7-8 ปี หากมีการบริหารจัดการที่ดี
จากความสำเร็จดังกล่าว ทำให้ไร่ไพวัลย์ กล้วยหอมลพบุรี ได้รับการยกย่องเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีผลผลิตเฉลี่ยกว่า 16,000 กิโลกรัมต่อไร่ และได้รับการคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำสวน จากผลงานการพัฒนาการปลูกกล้วยหอมคาเวนดิชจนประสบความสำเร็จ


