xs
xsm
sm
md
lg

สะเทือนใจ! เด็กชาย ป.6 อาศัยอยู่บ้านผุพังกับยายวัย 78 ปี พี่ชายติดยาคลั่งทุกคืน รายได้หลักมาจากเบี้ยชรา-เงินคนพิการ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุดรธานี - สะเทือนใจทั้งโซเชียล เด็กชาย ป.6 ใช้ชีวิตอยู่กับยายวัย 78 ปี ในบ้านเก่าทรุดโทรม รายได้ทั้งบ้านมีแค่เบี้ยคนชราและเบี้ยผู้พิการ ขณะที่พี่ชายติดยาเสพติด พาเพื่อนมั่วสุมและอาละวาดทำลายข้าวของแทบทุกคืน สุดท้ายฝ่ายปกครองนำเข้าสู่กระบวนการบำบัด ขณะที่เด็กชายยืนยันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยา ขอเพียงได้เรียนหนังสือกับดูแลยายจนกว่าจะเติบโต


จากกรณีโลกออนไลน์แชร์เรื่องราวชีวิตสุดรันทดของเด็กชายนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่อาศัยอยู่กับคุณยายวัย 78 ปี ในบ้านเก่าทรุดโทรม โดยมีพี่ชายคนโตติดยาเสพติดและสร้างความเดือดร้อนภายในบ้าน หลังจากครูไปเยี่ยมบ้านเด็กและนำเรื่องมานำเสนอผ่านโลกออนไลน์ เพื่อขอความช่วยเหลือ จนมีผู้คนจำนวนมากแสดงความเป็นห่วงและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยัง ต.โพนงาม อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ที่โรงเรียนบ้านศาลา ได้พบกับนายเจษฎา บัณฑิตรักการค้า รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียน นายเจษฎาเปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องราวและการขอความช่วยเหลือเกิดจากคุณยายของน้องเดินทางมาขอความช่วยเหลือกับครูประจำชั้น หลังครอบครัวประสบปัญหาความยากจนและปัญหายาเสพติดในบ้าน ทางโรงเรียนจึงนำเข้าสู่ระบบคัดกรองนักเรียน และจัดให้น้องอยู่ใน "กลุ่มสีแดง" ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเร่งด่วนที่สุด หลังจากนั้นได้จัดทีมครูลงพื้นที่ตามโครงการ "เยี่ยมบ้านปันสุข"


เมื่อคณะครูไปถึง ต่างตกใจกับสภาพบ้านที่ทรุดโทรมแทบไม่เหมาะต่อการอยู่อาศัย อีกทั้งสภาพแวดล้อมยังเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยงจากยาเสพติด ทำให้โรงเรียนเร่งให้ความช่วยเหลือทั้งทุนการศึกษา เครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์การเรียน และเสื้อผ้า เพื่อลดภาระของครอบครัว พร้อมประสานหน่วยงานต่างๆ ให้เข้ามาดูแลอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ น้องเติบโตมากับคุณยาย หลังพ่อเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ส่วนแม่ไปมีครอบครัวใหม่และทำงานรับจ้างคัดแยกขยะ ส่งเงินมาให้เพียงสัปดาห์ละ 140-170 บาท รายได้หลักของครอบครัวจึงเหลือเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยผู้พิการ น้องต้องอาศัยอาหารกลางวันของโรงเรียนเป็นมื้อหลัก ปั่นจักรยานระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรไปเรียนทุกวัน

แม้ต้องเติบโตท่ามกลางความยากลำบาก แต่น้องกลับเป็นเด็กเรียนดี มีความกตัญญู และรู้ผิดชอบชั่วดี เมื่อครูสอบถามเรื่องยาเสพติด น้องยืนยันหนักแน่นว่า รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ดีและจะไม่มีวันเข้าไปยุ่งเกี่ยว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงน้องมาก เพราะพี่ชายคนโตติดยาเสพติด ไม่ยอมทำงาน พาเพื่อนเข้ามามั่วสุมเสพยาในบ้านบ่อยๆ หลายครั้งเกิดอาการคลุ้มคลั่งทุบทำลายข้าวของ เดินวนเวียนหน้าบ้าน และสร้างความหวาดผวาให้คนในครอบครัวอยู่เป็นประจำ


ต่อมาผู้สื่อข่าว พร้อมคณะครู เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จังหวัด และฝ่ายปกครองอำเภอหนองหาน ลงพื้นที่ไปยังบ้านของน้อง ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณ 1 กิโลเมตร พบคุณยายและพี่ชายคนโตอยู่บ้าน ทันทีที่ไปถึงเจ้าหน้าที่ปกครองจึงขอความร่วมมือนายเกมส์ อายุ 24 ปี ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ผลตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย เจ้าตัวยอมรับว่าเสพยาจริง ก่อนถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามขั้นตอนของกฎหมาย สร้างความสบายใจแก่คุณยายและคณะครูเป็นอย่างมาก

เมื่อขอดูในบ้านเพิ่มเติม พบอุปกรณ์เสพยาวางอยู่บนหลังตู้เสื้อผ้า ทั้งไฟแช็ก หลอด และแผ่นฟอยล์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ลักษณะเดียวกับที่ใช้ในการเสพยาเสพติด วางเรียงรายราวกับของประดับตกแต่งบ้าน

คุณยายนวลดีเล่าว่า ทุกวันนี้ไม่มีรายได้จากการทำงาน อีกทั้งที่ดินทำกินก็ถูกลูกหลานนำไปจำนองและขายจนหมด เหลือเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 700 บาท เบี้ยผู้พิการเดือนละ 800 บาท และสวัสดิการรัฐใช้เลี้ยงดูคนทั้งบ้าน ซึ่งไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน

สิ่งที่ทุกข์ใจที่สุดไม่ใช่ความยากจน แต่เป็นหลานชายคนโตที่ติดยาเสพติดมาตั้งแต่สมัยเรียนจนเรียนไม่จบ ไม่ยอมทำงาน ลักขโมยข้าวของในบ้านไปขาย ทั้งเสื่อ หมอน และของใช้ต่างๆ ทั้งเคยทำร้ายร่างกายน้องชายหลายครั้ง แม้จะไม่เคยทำร้ายตน


คุณยายบอกอีกว่า เคยส่งหลานเข้ารับการบำบัดมาแล้วเกือบ 1 ปี แต่เมื่อกลับมาอยู่บ้านก็กลับไปเสพยาอีก จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยนำตัวไปรักษาอย่างจริงจัง "ยายอยากให้เขาเลิกยา อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยเอาไปบำบัด ยายแก่แล้ว บ่มีแรงดูแลแล้ว" คุณยายกล่าว

ด.ช.เด่น อายุ 12 ปี เล่าย้อนถึงชีวิตที่มีคุณยายเป็นทุกอย่างตั้งแต่จำความได้ ทุกวันยายจะปลุก อาบน้ำ แต่งตัว ทำกับข้าว และส่งไปโรงเรียนทุกวัน แม้แม่จะชวนไปอยู่ด้วย แต่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่อยากทิ้งยายเพราะกลัวไม่มีใครดูแล เมื่อถามถึงความฝัน เด็กชายไม่ได้อยากได้ของเล่นหรือโทรศัพท์ราคาแพง แต่ตอบเพียงว่า "อยากให้บ้านสะอาดและน่าอยู่" พร้อมตั้งใจเรียนหนังสือให้จบ มีงานทำ และสักวันหนึ่งจะรับคุณยายไปอยู่ด้วย


นายทรงวุฒิ ศรีสุนาครัว ปลัดป้องกันอำเภอหนองหาน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่ามีบุคคลภายในบ้านเกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติดจริง ตามข้อมูลร้องเรียนที่ได้รับจากคณะครูและคนในครอบครัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามขั้นตอน เพื่อให้ได้รับการแก้ไขและฟื้นฟูอย่างเหมาะสม

พร้อมกันนี้ ขอฝากถึงกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดและผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่อำเภอหนองหานว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการทำลายอนาคตเยาวชน ทำลายครอบครัว และสร้างปัญหาให้กับสังคมโดยรวม เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงเดินหน้าปราบปรามอย่างจริงจัง หากตรวจพบการกระทำความผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่มีการละเว้น เพื่อปกป้องความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่