xs
xsm
sm
md
lg

โค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้งเมืองพัทยา ผู้สมัครนายกฯ-ส.ม.ลุยขอคะแนนหนัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าว​ศรี​ราชา​- โค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้งเมืองพัทยา 2569 ผู้สมัครนายกฯ -​สมาชิกสภา ลุยขอคะแนนชาวบ้านในทุกพื้นที่ทั้งรับฟังปัญหา ชูนโยบายแก้ไข ขณะผู้สมัครนายกเมืองพัทยา จากพรรค ปชน.ยันพร้อมร่วมเวทีดีเบต หากจัดในพื้นที่


โดยเมื่อช่วงเย็นวานนี้ ( 20 มิ.ย.)​ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 2 กลุ่ม “เรารักพัทยา” ได้นำผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.) เขต 2 หมายเลข 13-18 ลงพื้นที่หาเสียงภายในชุมชนวัดธรรมสามัคคี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในชุมชนขนาดใหญ่ของเขต 2และพื้นที่โดยรอบ เพื่อพบปะประชาชน แนะนำตัวผู้สมัคร และนำเสนอนโยบายการพัฒนาเมือง

และยังได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมสะท้อนปัญหาที่ต้องการให้ได้รับการแก้ไขในอนาคต รวมทั้งยังนำทีมงานลงพื้นที่ภายในหมู่บ้านและจุดที่เคยประสบปัญหาน้ำท่วม เพื่อติดตามสถานการณ์และผลการดำเนินงานด้านระบบระบายน้ำ รวมถึงสอบถามถึงปัญหาด้านสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่ยังคงเป็นข้อกังวลของชาวบ้าน

โดยการหาเสียงของ กลุ่มเรารักพัทยา ในช่วงโค้งสุดท้าย ยังคงเน้นการลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างใกล้ชิดในทุกเขตเลือกตั้ง เพื่อรับฟังปัญหา สื่อสารนโยบาย และเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยาในวันที่ มิ.ย.นี้ โดยย้ำว่าทุกคะแนนเสียงมีความสำคัญต่อทิศทางการพัฒนาเมืองพัทยาในอนาคต


“สุไอนี เบอร์ 4” บุกมหาไถ่  ชู 4 นโยบายหลัก ยกระดับคุณภาพชีวิตคนพัทยา

ด้าน นายสุไอนี เจริญสุข ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 4 ลงพื้นที่หาเสียงบริเวณโรงเรียนมหาไถ่ พัทยากลาง ซึ่งเป็นโรงเรียนคนพิการ โดยพบปะคณะครู และนักเรียน เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการพร้อมนำเสนอนโยบายสำคัญที่จะใช้ขับเคลื่อนเมืองพัทยา หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้ามาบริหารเมือง

นายสุไอนี กล่าวว่า การลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องทำให้ได้รับทราบปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญ ทั้งเรื่องสาธารณสุข สาธารณูปโภค การเดินทาง และปัญหาปากท้อง ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบและทั่วถึง

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้ชูนโยบายหลัก 4 ด้าน ประกอบด้วย

1. จัดตั้งโรงพยาบาลเมืองพัทยาขนาด 500 เตียง เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขและรองรับการดูแลรักษาประชาชนในพื้นที่อย่างเพียงพอ

2. จัดสรรงบประมาณให้ชุมชนละ 10 ล้านบาท ครอบคลุมทั้ง 42 ชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่และแก้ไขปัญหาของชุมชนได้ตรงจุด

3. ผลักดันการจัดตั้งสถานีขนส่งเมืองพัทยา เพื่อเป็นศูนย์กลางการเดินทางและเชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ

และ 4. สนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียว ส่งเสริมการพัฒนาเมืองควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน

นายสุไอนี ยืนยันว่า นโยบายทั้งหมดมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนเผชิญในชีวิตประจำวัน พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพัทยาในระยะยาว โดยพร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อนำมาพัฒนาเมืองพัทยาให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนต่อไป


“อิทธิวัฒน์”ผู้สมัคร​นายกเมืองพัทยา เบอร์ 1 แจงปมไม่ร่วมดีเบต 

ขณะที่ นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 1 พรรคประชาชน ชี้แจงกรณีถูกชาวเน็ตโจมตีว่า ไม่กล้าออกรายการดีเบตและกลัวการตอบคำถาม โดยยืนยันว่าข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา และตนเองมีความพร้อมในการแสดงวิสัยทัศน์มาโดยตลอด

พร้อมระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้รับการติดต่อเชิญชวนจากสื่อมวลชนส่วนกลางให้เข้าร่วมการดีเบตจริง  แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือเกิดขึ้นในพื้นที่เมืองพัทยา และอยากให้เชิญผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกฯ ทั้งหมด 5 คนมาร่วมเวทีเดียวกัน ไม่ใช่จำกัดไว้เพียงแค่ 2 ทีม เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้นำเสนอนโยบายอย่างเท่าเทียมกัน และเพื่อให้ประชาชนมีข้อมูลที่ครบถ้วนในการตัดสินใจเลือกตั้งเมืองพัทยา ในวันที่ 28 มิ.ย. 2569

ซึ่งทางผู้จัดงานแจ้งว่าสามารถให้เข้าร่วมได้เพียงแค่ 2 คน (2 ทีม) เท่านั้น จึงทำให้เวทีดีเบตดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นตามที่ตั้งใจไว้

และยืนยันว่า ตนเอวไม่กลัวการตอบคำถาม เพราะหัวใจหลักของเวทีดีเบต คือการเสนอนโยบายเพื่อพัฒนาพื้นที่เมืองพัทยา ซึ่งตนเองมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการนำเสนอนโยบายต่าง ๆ โดยพร้อมเข้าร่วมดีเบตในทุกเวที แต่ต้อเป็นเวทีที่เปิดกว้างและเป็นธรรมกับผู้สมัครทุกคน ไม่ใช่จำกัดเพียงสองทีมเท่านั้น


“ศักดิ์ชัย แตงฮ่อ” เบอร์ 3 ลุยเกาะล้าน ชูนโยบายบริการงานทะเบียนครบวงจรบนเกาะ 

ส่วน นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 3 พร้อมทีมผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา กลุ่ม “พัทยา 2030” ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนและหาเสียงในพื้นที่เกาะล้าน โดยรับฟังปัญหาและความต้องการของชาวบ้าน พร้อมนำเสนอนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนบนเกาะให้ได้รับความสะดวกและเข้าถึงบริการภาครัฐมากยิ่งขึ้น

โดยบอกว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้ามาบริหารเมืองพัทยา จะผลักดันให้ประชาชนชาวเกาะล้านสามารถดำเนินการด้านงานทะเบียนราษฎรได้ครบวงจรบนเกาะ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเกิด แจ้งตาย แจ้งย้ายที่อยู่ การขอสำเนาทะเบียนบ้าน รวมถึงการทำบัตรประจำตัวประชาชน โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางข้ามฝั่งมายังเมืองพัทยา ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนทุกกลุ่ม

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายยกระดับสถานพยาบาลบนเกาะล้านให้เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 10 เตียง เพื่อรองรับการรักษาพยาบาลเบื้องต้นและดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมจัดหาเครื่องฟอกไตสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง เพื่อให้สามารถเข้ารับการรักษาใกล้บ้าน ลดความจำเป็นในการเดินทางไปยังโรงพยาบาลบนฝั่ง

เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน