xs
xsm
sm
md
lg

คดีพลิก! ชาวห้างฉัตรร้อง ผญบ.ต่อยเจ้าอาวาสคาวัด เจอสวนกลับขอ ตร.นิมนต์ตรวจพบฉี่ม่วง ส่งสึกทันที

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ลำปาง - เรื่องราวกลับตาลปัตร..ชาวห้างฉัตรร้องเรียนผู้ใหญ่บ้านใช้กำลังชกต่อยกับเจ้าอาวาส ขณะที่ ผญบ.ที่อยู่ในตำแหน่งในร่วม 8 ปี ใกล้ครบทศวรรษ สวนกลับเตือนเรื่องยาเสพติดจนมีปากเสียงกัน บอกตำรวจนิมนต์ตรวจปัสสาวะพบฉี่ม่วง เจ้าตัวรับเสพจริง ถูกส่งสึกทันที


หลังชาวบ้านในพื้นที่บ้านสัน ตำบลแม่สัน อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ร้องเรียนผ่านสื่อว่าผู้ใหญ่บ้านมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม เข้าไปดื่มสุราและชกต่อยเจ้าอาวาสจนได้รับบาดเจ็บ อยากให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการตรวจสอบ

เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดดังกล่าวเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 18 มิ.ย. พบกับชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้เล่าว่าเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมาที่วัดได้มีการบำเพ็ญประโยชน์กัน พอเสร็จผู้ใหญ่บ้านกับทีมงาน 2 คน ยังไม่กลับแต่นำหัวหมูต้มพร้อมสุรามาดื่มกินในวัด เมื่อเจ้าอาวาสมาเตือนก็ไม่พอใจเพราะเคยทำแบบนี้มาหลายครั้ง กินกันแล้วก็ทิ้งเจ้าอาวาสต้องคอยเก็บให้ ทำให้ผู้ใหญ่บ้านไม่พอใจที่ถูกตักเตือนจึงลงมือชกต่อยเจ้าอาวาสจนได้รับบาดเจ็บที่หน้าอก แขน และขาด้วย ซึ่งชาวบ้านไม่อยากให้เจ้าอาวาสย้ายไปไหน และไม่พอใจในพฤติกรรมของผู้ใหญ่บ้านที่มาทำร้ายร่างกายพระถึงในวัด

เมื่อสอบถามว่าแล้วขณะนี้เจ้าอาวาสไปไหน ชาวบ้านบอกว่าทางตำรวจนิมนต์เจ้าอาวาสไปซ่อนตัวก่อนเพราะไม่อยากให้เกิดปัญหา อาจจะนิมนต์กลับไปอยู่ที่บ้านเกิดก่อนสักระยะแล้วค่อยกลับมา ซึ่งชาวบ้านบอกว่าอยากเอาเรื่องผู้ใหญ่บ้านแต่ติดอยู่ที่เจ้าอาวาสไม่ยอมพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น


ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปสอบถามพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยาว อ.ห้างฉัตร จึงทราบว่าทางชุดสืบสวนได้นิมนต์เจ้าอาวาส คือพระทิตย์ มาทำการตรวจปัสสาวะ และพบว่ามีสีม่วง

สอบถามพระทิตย์ พบว่าเจ้าอาวาสมีอาการเครียดพอสมควร ไม่อยากพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยพระทิตย์ได้บวชมาแล้ว 13 พรรษา มาเป็นเจ้าอาวาสได้ 7 พรรษา ที่ผ่านมาก็ยอมรับว่าเคยมีเรื่องพูดจาไม่ลงรอยกันกับผู้ใหญ่บ้านจริง วันเกิดเหตุเป็นวันที่ชาวบ้านมาพัฒนาวัด อาตมาจำวัดอยู่ที่กุฏิ เมื่อพัฒนาวัดเสร็จ ผู้ใหญ่กับทีมงานก็เอาหัวหมูมากินกันภายในวัดพร้อมดื่มสุรา ซึ่งก็คงเมาด้วย เมื่ออาตมาออกมา ผู้ใหญ่บ้านก็ได้พูดถึงเรื่องเก่าๆ จนมีเรื่องกัน ซึ่งอาตมาไม่อยากพูดถึงอีกเพราะแผลก็หายหมดแล้ว

เมื่อถามว่าแล้วที่บอกว่าเสพยาจริงหรือไม่ อาตมายอมรับว่าเสพจริงและพร้อมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย แต่อาตมายังไม่อยากสึกอยากเป็นพระต่อไป ซึ่งหลังจากสอบปากคำเสร็จแล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานเจ้าคณะตำบลนำตัวไปสึก


ผู้สื่อข่าวไปสอบถามนายอนุชา กาวิธัง ผู้ใหญ่บ้าน ก็ได้เล่าว่า เป็นผู้ใหญ่บ้านมาเกือบจะ 8 ปี วันเกิดเหตุได้พาชาวบ้านไปพัฒนาวัด เสร็จตนก็เอาหัวหมูไปให้ทีมงานกิน แต่ปฏิเสธว่าไม่มีสุรา ขณะที่นั่งกินกันอยู่ เจ้าอาวาสก็ออกมา ซึ่งตนก็ได้พูดตักเตือนเรื่องยาเสพติดเพราะพอจะทราบมาว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องยาเสพติดและมักจะให้เด็กวัยรุ่นเข้าทางด้านหลังวัด ประกอบกับตนสังเกตอาการมาหลายครั้ง จนแน่ใจว่าน่าจะเกี่ยวข้องจริงและเป็นห่วงเด็กๆ

เจ้าอาวาสไม่พอใจและจะเข้ามาทำร้ายตน ทีมงานที่อยู่ด้วยอีก 1 คนก็พยายามห้าม จึงมีการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันเพื่อให้หยุดจนล้มลุกคลุกคลาน แต่ไม่ได้มีการใช้อาวุธใดๆ จากนั้นวันรุ่งขึ้นตนก็ให้ตำรวจมานิมนต์ไปตรวจปัสสาวะ

“ผมกับเจ้าอาวาสก็ยอมรับว่าเคยมีปากเสียงกันจริง แต่ไม่เคยไปชกต่อยหรือทำร้ายพระ ที่บอกว่าได้รับบาดเจ็บ ผมก็ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร หากจะสอบสวนก็พร้อมเพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด ส่วนสาเหตุที่ชาวบ้านไม่พอใจอาจจะเป็นเพราะต้องการให้คนของตัวเองขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่บ้านแทน”

นายอนุชา กาวิธัง ผู้ใหญ่บ้าน