สระบุรี - เหตุสลด ! พ่อค้าส่งผักวูบหมดสติขณะเตรียมขับรถกลับหลังส่งของหน้าร้านส้มตำ ริมถนนสายพระพุทธบาท-บ้านหมอ อำเภอพระพุทธบาท เจ้าของร้านและพลเมืองดีช่วยกันปั๊มหัวใจ-ประสานกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่สุดท้ายเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
ผู้สืาอข่าวรมยงานว่า วันนี้ ( 18 มิ.ย.) เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจบริเวณหน้าร้านส้มตำป้าติ๋ม ริมถนนสายพระพุทธบาท-บ้านหมอ อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เมื่อพ่อค้าส่งผักรายหนึ่งเกิดอาการวูบหมดสติอย่างกะทันหัน ขณะเตรียมขับรถออกจากร้านหลังส่งสินค้า ท่ามกลางความตกใจของเจ้าของร้าน ลูกค้า และพนักงานที่อยู่ในเหตุการณ์
นางติ๋ม อายุ 67 ปี เจ้าของร้านส้มตำ เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นพ่อค้าส่งผักบุ้งที่นำผักมาส่งให้ร้านเป็นประจำ โดยปกติเป็นคนแข็งแรงและไม่เคยแสดงอาการเจ็บป่วยให้เห็น วันเกิดเหตุยังพูดคุยทักทายกันตามปกติ ก่อนจะขึ้นไปสตาร์ทรถพ่วงข้างเพื่อเดินทางกลับ แต่จู่ ๆ กลับเกิดอาการวูบหมดสติล้มลงข้างรถ
หลังเกิดเหตุ ตนและคนงานในร้านได้ช่วยกันประคองร่างผู้ประสบเหตุลงนอนราบบนพื้น กางร่มบังแดด และพยายามช่วยเหลือเบื้องต้น ขณะเดียวกันได้ขอความช่วยเหลือจากลูกค้าที่อยู่ภายในร้านให้ช่วยทำ CPR ปั๊มหัวใจ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่อยู่ใกล้เคียงเข้ามาช่วยเหลือต่อเนื่อง พร้อมแจ้งรถพยาบาลนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
เจ้าของร้านส้มตำกล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญว่า เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นในร้านค้าหรือสถานที่สาธารณะ ทุกคนควรช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเท่าที่สามารถทำได้ พร้อมรีบแจ้งหน่วยกู้ชีพหรือกู้ภัยโดยเร็วที่สุด เพราะทุกวินาทีมีความหมายต่อการรักษาชีวิต
ต่อมา นางสาวบุญเสริม มะยมเยี่ยม อายุ 48 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมายังร้านส้มตำเพื่อกล่าวขอบคุณเจ้าของร้านและพลเมืองดีทุกคนที่ช่วยเหลือสามีอย่างเต็มกำลัง พร้อมแจ้งข่าวเศร้าว่า สามีได้เสียชีวิตลงแล้วที่โรงพยาบาล
นางสาวบุญเสริม เปิดเผยว่า สามีป่วยเป็นโรคหัวใจมานาน มีอาการเหนื่อยง่าย โดยมีอาชีพหลักเปิดอู่ซ่อมรถอยู่ที่บ้าน ปกติตนจะเป็นผู้นำผักออกมาส่งลูกค้าเองและไม่ค่อยให้สามีเดินทางไปไหน แต่ในวันเกิดเหตุสามีอาสาออกมาส่งของแทน โดยบอกเพียงว่า “เดี๋ยวฉันจะไปส่งให้เธอเอง” และก่อนออกจากบ้านยังพูดทิ้งท้ายว่า “เดี๋ยวกลับมาเรียกไปกินข้าว” โดยไม่มีสัญญาณบ่งบอกถึงความผิดปกติใด ๆ
หลังจากสามีออกจากบ้านไปเพียงประมาณ 15-18 นาที มีผู้เดินทางมาแจ้งข่าวว่าประสบอุบัติเหตุและขอบัตรประชาชนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล ทำให้ตนเข้าใจในเบื้องต้นว่าเป็นเหตุรถชน กระทั่งเดินทางไปถึงโรงพยาบาล แพทย์ได้แจ้งว่าสามีเสียชีวิตแล้วจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
ภรรยาผู้เสียชีวิตกล่าวว่า ในนาทีสุดท้ายได้แจ้งความประสงค์กับแพทย์ว่า หากสามีเสียชีวิตแล้วก็ไม่ต้องทำการยื้อชีวิตเพิ่มเติมด้วยการปั๊มหัวใจหรือใช้เครื่องช็อกไฟฟ้าอีก เนื่องจากต้องการให้จากไปอย่างสงบ ไม่ต้องทนทุกข์ทรมาน พร้อมขอบคุณเจ้าของร้านส้มตำ เจ้าหน้าที่กู้ภัย และพลเมืองดีทุกคนที่ร่วมกันช่วยเหลือสามีอย่างสุดความสามารถในช่วงเวลาวิกฤตของชีวิต


