xs
xsm
sm
md
lg

เขาแหลมเผยภาพ “เสือโคร่งเพศผู้” กลางป่าเขื่อนวชิราลงกรณ ย้อนกินซากวัวห่างชุมชน 7 กม. เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์-เฝ้าระวังเข้ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กาญจนบุรี - สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เผยภาพเสือโคร่งเพศผู้ขนาดใหญ่จากกล้องดักถ่ายสัตว์ป่า ขณะย้อนกลับมากินซากวัวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม จ.กาญจนบุรี ห่างชุมชนเพียง 7 กิโลเมตร เร่งส่งผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอัตลักษณ์ คาดอาจเป็นเสือรหัสเดิมที่เคยพบเมื่อปี 2566 พร้อมสั่งเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงเข้าพื้นที่เสี่ยงโดยเด็ดขาด

วันนี้( 18 มิ.ย.) นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณป่าเขาเขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ภายหลังพบซากวัวถูกสัตว์นักล่ากัดกิน โดยล่าสุดสามารถบันทึกภาพเสือโคร่งตัวเต็มวัยขณะเข้ากินซากวัวได้อย่างชัดเจน พร้อมเร่งประสานผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอัตลักษณ์ และประกาศเตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้พื้นที่เกิดเหตุ

นายศิริวัฒน์ แสงฉวี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม กล่าวว่า จากกรณีที่เจ้าหน้าที่พบซากวัวเหลือเพียงครึ่งตัวบน บริเวณหมู่ 1 ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา และคาดว่าเป็นฝีมือของเสือโคร่ง เจ้าหน้าที่จึงเข้าติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera Trap) ในจุดเกิดเหตุทันที เพื่อตรวจสอบชนิดสัตว์และศึกษาพฤติกรรมของผู้ล่า

ต่อมาเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบข้อมูลจากกล้องดักถ่าย พบภาพเสือโคร่งเพศผู้ขนาดใหญ่กำลังย้อนกลับมากินซากวัวอีกครั้ง  โดยจุดดังกล่าวอยู่ห่างจากชุมชนบ้านท่าแพ และที่ทำการเขื่อนวชิราลงกรณ ประมาณ 7 กิโลเมตร

เบื้องต้น อุทยานแห่งชาติเขาแหลมได้รวบรวมภาพถ่ายทั้งหมดส่งไปยังสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญเปรียบเทียบลายพาดกลอนและตรวจสอบอัตลักษณ์อย่างเป็นทางการ ว่าเป็นเสือโคร่งรหัส KKT299M ซึ่งเคยมีข้อมูลการพบในพื้นที่เมื่อปี 2566 หรือเป็นเสือโคร่งตัวใหม่ที่ขยายอาณาเขตเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว

ด้านนายราชันย์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่มวลชนสัมพันธ์ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนและขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ป่าเกิดเหตุโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน รวมทั้งลดการรบกวนพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ป่า

ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบอัตลักษณ์เสือโคร่งและสถานการณ์ในพื้นที่มีความคืบหน้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรายงานให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป