เชียงราย - ชำแหละขบวนการอดีตปลัดอำเภอเวียงแก่น “สวมบัตร G เทา”..กรมการปกครอง ตำรวจ ดีเอสไอ ป.ป.ท.นำหมายจับตามจับยกก๊วนทั้งอดีตปลัดฯ อส.ต่างด้าวสวมทะเบียน พร้อมลุยค้นทั้งศูนย์เรียนรู้ระดับอำเภอฯ ยันบ้านเมีย พบหลักฐานนำต่างด้าวสวมทะเบียน นร.รหัส G (นักเรียนที่ไม่ใช่คนไทย-ไม่มีเอกสารอื่น และผลการเรียน) ก่อนยกระดับเป็นบัตรหัวศูนย์
วันนี้ (18 มิ.ย.) นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าฯ เชียงราย นำเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจากกรมการปกครอง ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และฝ่ายปกครอง จ.เชียงราย เปิดปฏิบัติการ "กวาดล้างทะเบียน G เทา"
โดยนำหมายจับเข้าจับกุมบุคคล 8 ราย เป็นอดีตปลัด อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย จำนวน 1 ราย และสมาชิกอาสารักษาดินแดน (อส.) จำนวน 2 ราย ฐานร่วมกันกระทำความผิดเพื่อให้ผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบฯ, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และชาวต่างด้าวที่สวมทะเบียน 5 ราย นำส่ง สภ.เวียงแก่น ดำเนินคดี
รวมทั้งนำหมายค้นเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 6 จุดได้แก่ บ้านภรรยาอดีตปลัด อ.เวียงแก่น ในพื้นที่ ต.แม่กรณ์ อ.เมืองเชียงราย พบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำทะเบียนบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน เอกสารคำขอลงรายการสัญชาติไทย หนังสือรับรองการเกิด คำขอจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนที่มีอายุเกิน 15 ปี ที่ดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างดำเนินการจำนวนมาก อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง กล้องวงจรปิด 3 ตัว และอุปกรณ์เก็บความจำ 4 ชิ้น
บ้านพักสมาชิก อส.รายที่ 1 ที่ ต.ท่าข้าม อ.เวียงแก่น พบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง, บ้านพักสมาชิก อส.รายที่ 2 ที่ ต.ท่าข้าม พบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง, กองร้อย อส.อ.เวียงแก่น ที่ ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น ไม่พบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง, บ้านพักผู้สวมรายการที่ ต.โชคชัย อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย พบบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนจำนวน 2 ใบ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
และที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ อ.เวียงแก่น พื้นที่ ต.ม่วงยาย พบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำทะเบียนนักเรียนที่มีอักษร G หรือนักเรียนที่ไม่ใช่คนไทยและไม่มีเอกสารอื่น และผลการเรียนจำนวน 491 ราย
ปฏิบัติการนี้มีขึ้นหลังจากในเดือน พ.ย. 2568 ตำรวจได้ตั้งด่านความมั่นคงในพื้นที่ อ.เวียงแก่น ชายแดนไทย-สปป.ลาว และพบชาวต่างด้าวลักลอบเข้ามายังประเทศไทยพร้อมเงินสดในสัมภาระ 140,000 บาท เมื่อสอบถามก็อ้างว่าจะนำไปทำบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนหรือบัตรหัวศูนย์
เจ้าหน้าที่จึงส่งข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สืบสวนจนพบว่ามีการทุจริตนำทะเบียนนักเรียนที่มีรหัสขึ้นต้นด้วยอักษร G มาใช้เพื่อให้บุคคลต่างด้าวสวมทะเบียนและยกสถานะไปสู่การทำบัตรหัวศูนย์ในที่สุด เบื้องต้นพบผู้สวมทะเบียนใน อ.เวียงแก่น 4 ราย พร้อมหลักฐานบัตรหัวศูนย์ที่มีเลข 13 หลักไม่ตรงกับทะเบียนนักเรียนอักษร G ทำให้ทราบว่าทั้งหมดไม่เคยเป็นนักเรียนมาก่อน
กรมการปกครองจึงร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ขยายผล พบมีผู้ถือบัตรหัวศูนย์ที่มาจากการทุจริตสวมทะเบียนนักเรียนอักษร G เป็นจำนวนมาก โดยมีทั้งสวมรายการนักเรียนอักษร G และใช้ G Code ซ้ำๆ กันจำนวน 9 ราย
และเมื่อประสานศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ตร.และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ตรวจสอบภาพใบหน้าและลายนิ้วมือของบุคคลต้องสงสัยที่มีบัตรหัวศูนย์ พบมีผู้ที่มีหนังสือเดินทางระหว่างประเทศหรือพาสปอร์ตจากประเทศอื่นอยู่แล้ว 6 ราย เป็นชาวจีน 2 ราย ชาวเมียนมา 3 ราย และชาวเวียดนาม 1 ราย ที่แต่ละคนสวมทะเบียนนักเรียนอักษร G เหมือนกัน รวมชาวต่างด้าวที่ถือบัตรผิดกฎหมายทั้งหมด 19 ราย เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติหมายจับอดีตปลัดอำเภอ และ อส.รวม 3 ราย และชาวต่างด้าวทั้ง 19 ราย รวมจำนวนทั้งหมด 22 ราย 27 หมายจับ
ทั้งนี้ เนื่องจากอดีตปลัดอำเภอถือเป็นผู้อนุมัติในฐานะเป็นผู้ช่วยนายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนและบัตร ได้สอบสวนสิทธิ สอบพยาน พิมพ์ลายนิ้วมือและจัดทำเอกสารก่อนลงลายมือในแบบ 89 หรือใบสำรวจเพื่อจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ฯลฯ และ อส.ถูกดำเนินคดีหลายข้อหา
ส่วนชาวต่างด้าวถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 ฐานเป็นผู้ไม่มีสัญชาติไทย แต่ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรโดยมิชอบฯ


