เพชรบุรี - ประมงเพชรบุรีผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน ชาวประมง และอาสาสมัคร ลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำในคลองบ่อเคี๊ยะ ชะอำ หลังพบแพร่ระบาดหนาแน่นเต็มคลอง จับได้กว่า 3.1 ตัน เตรียมนำแปรรูปเป็นน้ำปลาและอาหารสัตว์น้ำ พร้อมเดินหน้าควบคุมประชากรปลาต่างถิ่นต่อเนื่อง
วันนี้ (18 มิ.ย.) นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ พร้อมด้วยนายประจวบ เจี่ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี นำเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี อำเภอชะอำ หน่วยงานในสังกัดกรมประมง เรือนจำกลางเพชรบุรี ผู้นำชุมชน ชาวประมง ทีมอาสาสมัครกำจัดปลาหมอคางดำเพชรบุรี ผู้แทนภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกิจกรรม “ลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำ” บริเวณคลองบ่อเคี๊ยะ ชุมชนห้วยทรายใต้ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยมุ่งเน้นการกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่พบการระบาด ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ และการนำปลาที่กำจัดได้ไปใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม
ผลการปฏิบัติการสามารถจับปลาหมอคางดำได้รวม 3,121 กิโลกรัม โดยปลาส่วนหนึ่งถูกส่งมอบให้เรือนจำกลางเพชรบุรีเพื่อนำไปแปรรูปเป็นน้ำปลา ขณะที่อีกส่วนส่งมอบให้ชาวประมงและทีมอาสาสมัครเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป
นายประจวบ เจี่ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าคลองบ่อเคี๊ยะมีปลาหมอคางดำอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นตลอดแนวคลอง จึงได้ระดมกำลังเครือข่ายอาสาสมัครกว่า 30 คน เข้าร่วมกำจัดปลาหมอคางดำตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมการแพร่ระบาด การกำจัดออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติ และการนำไปใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรีได้ประสานผู้ประกอบการเลี้ยงปลากะพงขาวในพื้นที่รับซื้อปลาหมอคางดำบางส่วน เพื่อนำไปใช้เป็นอาหารปลากะพงขาวในฟาร์มเพาะเลี้ยง คาดว่าจะสามารถใช้ได้ประมาณสัปดาห์ละ 1 ตัน ส่วนที่เหลืออีกกว่า 2 ตัน จะส่งต่อไปยังโรงงานผลิตปลาป่นในจังหวัดสมุทรสาคร
สำหรับกิจกรรมลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 59 ของจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดความหนาแน่นของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติให้อยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ โดยอาศัยการกำจัดอย่างต่อเนื่องเพื่อลดประชากรปลาต่างถิ่นชนิดนี้
นายประจวบกล่าวเพิ่มเติมว่า ปลาหมอคางดำเป็นสัตว์น้ำที่แพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยเมื่อเกิดความตกใจหรือเผชิญอันตรายจะพ่นไข่ออกจากปากทันที ส่งผลให้มีการขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง หลังการจับปลาขนาดใหญ่แล้ว ภายใน 1 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่จะใช้กากชาในการกำจัดลูกปลาขนาดเล็กที่ยังหลงเหลืออยู่ในคลอง เนื่องจากเครื่องมือประมงทั่วไปไม่สามารถจับลูกปลาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมกันนี้ได้เชิญชวนประชาชนในพื้นที่ร่วมกันจับปลาหมอคางดำเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยลดการแพร่ระบาด และร่วมกันฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศในแหล่งน้ำธรรมชาติของจังหวัดเพชรบุรีให้กลับคืนสู่สภาพที่เหมาะสมต่อไป


