xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)ครอบครัวสาวน่านท้องแก่ตกรางแอร์พอร์ตลิ้งค์-โดนทับดับ หลั่งน้ำตาขอความเป็นธรรม สู้มา 9 ปียังไม่ได้เงินเยียวยาสักบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



น่าน - 9 ปีแห่งความเจ็บปวดที่ยังไม่สิ้นสุด..ครอบครัวเหยื่อสาวน่านท้องแก่พลัดตกรางรถไฟแอร์พอร์ตลิงค์สถานีบ้านทับช้าง หลั่งน้ำตาเข้าพบอัยการคุ้มครองสิทธิฯ น่าน หลังศาลชั้นต้นพิพากษาให้ชดใช้กว่า 2.9 ล้าน แต่คดียังยืดเยื้อในชั้นอุทธรณ์ ต้องกู้ทั้งใน-นอกระบบ เดินเรื่องสู้คดีร่วม 10 ปี ยังไม่ได้เงินเยียวยาแม้แต่บาทเดียว


นายประสิทธิ์ โนทะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน เขต 2 พรรคกล้าธรรม ได้นำนายวีระ เปลี่ยนหล้า และ นางธันยพร เปลี่ยนหล้า เข้าพบ พ.ต.ท.สุพจน์ เรืองโรจน์ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดน่าน เพื่อขอคำปรึกษาและติดตามแนวทางช่วยเหลือทางกฎหมาย หลังครอบครัวต้องต่อสู้คดีมาอย่างยาวนานเกือบ 9 ปี

คดีดังกล่าว เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ นางสาวรสรินทร์ เปลี่ยนหล้า หรือ "น้องเอ" อายุ 31 ปี ชาวอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ประมาณ 6 เดือน ประสบอุบัติเหตุพลัดตกรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ บริเวณสถานีบ้านทับช้าง และถูกรถไฟทับเสียชีวิต เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2560

เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงแก่ครอบครัว เนื่องจากนางสาวรสรินทร์เป็นเสาหลักสำคัญของบ้าน เป็นผู้ทำงานส่งเงินเลี้ยงดูพ่อแม่และคนในครอบครัว วันนั้นทำให้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา

นายวีระ เปลี่ยนหล้า ผู้เป็นบิดา เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ครอบครัวต้องกู้ยืมเงินทั้งใน-นอกระบบ เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินคดีและเดินทางติดตามเรื่องอย่างต่อเนื่อง เพราะตนกับภรรยาเป็นชาวบ้านธรรมดา ไม่มีฐานะร่ำรวย ลูกสาวเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว พอเขาจากไป ทุกอย่างก็เหมือนพังลงพร้อมกัน


“เราต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อสู้คดี เพราะอยากให้ลูกได้รับความเป็นธรรม จนทุกวันนี้ผ่านมา 9 ปีแล้ว ศาลชั้นต้นตัดสินให้ชดใช้เยียวยากว่า 2,900,000 บาท แต่ทางการรถไฟฯได้ยื่นอุทธรณ์ ทำให้เรื่องยังไม่จบ เราไม่เคยได้รับเงินเยียวยาแม้แต่บาทเดียว”

นายวีระกล่าวอีกว่า สิ่งที่ครอบครัวต้องการไม่ใช่เพียงตัวเงิน แต่ต้องการเห็นความรับผิดชอบและความเห็นใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย อยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นใจชาวบ้านตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเรา ลูกสาวตนจากไปพร้อมหลานในท้อง ครอบครัวต้องทุกข์ทรมานมานานเกือบสิบปีแล้ว อยากให้เรื่องนี้ได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว

ด้าน พ.ต.ท.สุพจน์ เรืองโรจน์ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดน่าน กล่าวว่า หลังรับฟังข้อเท็จจริงและตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าปัจจุบันคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จึงได้แนะนำให้ทนายความของผู้เสียหายติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด

โดยสามารถสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ศาลที่รับผิดชอบคดี เพื่อให้ทราบสถานการณ์พิจารณาและแนวทางดำเนินการในขั้นตอนต่อไป พร้อมกันนี้ ได้ให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียหาย และยืนยันว่าหน่วยงานยินดีให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือทางกฎหมายในส่วนที่สามารถดำเนินการได้


ขณะที่ นายประสิทธิ์ โนทะ สส.น่าน เขต 2 กล่าวว่า ตนได้รับเรื่องร้องทุกข์จากครอบครัวผู้เสียหาย และเห็นว่าคดีนี้เป็นอีกกรณีที่สะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมมาเป็นเวลายาวนาน จึงได้ประสานพาครอบครัวเข้าพบอัยการคุ้มครองสิทธิฯ เพื่อรับคำปรึกษาและติดตามความคืบหน้าของคดี

ยืนยันว่าจะช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อให้ครอบครัวได้รับความเป็นธรรมและไม่ถูกทอดทิ้ง 9 ปีผ่านไป ความสูญเสียของครอบครัวเปลี่ยนหล้ายังคงอยู่ไม่ต่างจากวันแรก สิ่งที่พวกเขารอคอย ไม่ใช่เพียงคำพิพากษาในสำนวนคดี แต่คือความหวังเล็ก ๆ ว่าสักวันหนึ่ง ความยุติธรรมจะเดินทางมาถึงครอบครัวชาวบ้านธรรมดาที่เฝ้ารอมานานเกือบทศวรรษ.