ศูนย์ข่าวขอนแก่น - "น้ำตกเต๋อเทียน" เขตท่องเที่ยวชายแดนจีน-เวียดนาม น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดติดอันดับ 4 ของโลก เป็นน้ำตกข้ามพรมแดนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ถือเป็นต้นแบบการจัดการท่องเที่ยวร่วมระหว่างประเทศ สร้างรายได้ให้ชุมชนสองฝั่งชายแดนอย่างยั่งยืน
เขตปกครองพิเศษกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาขนจีน มีเมืองหนานหนิงเป็นเมืองเอกของการบริหารจัดการในด้านต่างๆ ของจีนแผ่นดินใหญ่ทางตอนใต้ และกำลังกลายเป็นหมุดหมายที่สำคัญของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางมาสัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และกลิ่นอายของชนชาติจ้วงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน
ในการนำคณะผู้แทนสื่อมวลชนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ภายใต้การสนับสนุนของสถานกงสุลใหญ่ สป.จีน ประจำประเทศไทย ที่ จ.ขอนแก่น ในโครงการสานสัมพันธ์สื่อจีน-ไทย ร่วมใจเยือนกว่างซี ในกิจกรรมแลกเปลี่ยนและความร่วมมือสื่อมวลชนจีน-ไทย ประจำปี 2569 ได้มีการนำคณะเข้าชมน้ำตกข้ามพรมแดนเต๋อเทียน สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจีน ที่กำลังเป็นที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก
น้ำตกแห่งนี้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการเขตท่องเที่ยวชายแดนจีน-เวียดนาม ที่นำไปสู่การสร้างงานและรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน และที่สำคัญคือน้ำตกเต๋อเทียนแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยที่สุดอันดับ 4 ของโลก และเป็นน้ำตกข้ามพรมแดนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนอีกด้วย
นางหวง หยวน เจ้าหน้าที่ศูนย์การสื่อสารต่างประเทศ สถานีวิทยุและโทรทัศน์กว่างซี กล่าวว่า น้ำตกข้ามพรมแดนเต๋อเทียนตั้งอยู่ที่หมู่บ้านเต๋อเทียน ต.ซั่วหลง อ.ต้าซิน เมืองฉงจั่ว โดยมีแม่น้ำกุยซุน เป็นแม่น้ำแบ่งเขตชายแดนระหว่างจีน-เวียดนาม ถือเป็นน้ำตกข้ามพรมแดนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวในระดับ 5A ของประเทศจีน
ปัจจุบันการเดินทางมาท่องเที่ยวสะดวกสบาย โดยส่วนใหญ่จะนิยมโดยสารโดยเครื่องบินลงที่สนามบินหนานหนิงและต่อด้วยรถขนส่งมวลชนสาธารณะ ซึ่งจากนครหนานหนิงอู๋ซวีไปถึงน้ำตกเต๋อเทียนมีด้วยกันหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นโดยรถบัสโดยสาร จากสถานีขนส่งหล่างตง หนานหนิง-น้ำตกเต๋อเทียน ใช้เวลาราว 3.5 ชม. การเดินทางโดย รถไฟความเร็วสูงจากสถานีรถไฟหนานหนิงตง-สถานีรถไฟฉงจั่วหนาน ใช้เวลา 1 ชม. ต่อด้วยรถชัตเติลบัสที่รับส่งจากสถานีรถไฟฉงจั่วหนาน-น้ำตกเต๋อเทียน ใช้เวลาราว 2 ชม. หรือสถานีรถไฟความเร็วสูงที่อยู่ในท่าอากาศยานนานาชาติอู๋ซวีหนานหนิง-สถานีรถไฟฉงจั่วหนาน ใช้เวลา 35 นาที แล้วต่อด้วยรถชัตเติลบัสเข้าน้ำตกเต๋อเทียน ก็ได้อีกด้วย
นางหวงกล่าวต่อว่า น้ำตกเต๋อเทียน ปัจจุบันได้มีการบูรณาการร่วมกันของทั้งสองประเทศ ทั้งในเรื่องการชมทัศนียภาพทางธรรมชาติ การชอปปิ้งสินค้าข้ามพรมแดน การเปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสวิถีชีวิตและประสบการณ์ของเมืองชายแดน โดยฝ่ายจีนภายใต้การกำกับควบคุมของหน่วยงานรัฐบาล โดยกำหนดค่าเข้าชมผู้ใหญ่คนละ 80 หยวน เด็ก 40 หยวน ผู้สูงอายุลดครึ่งราคา ขณะที่ภายในน้ำตกมีสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการในด้านต่างๆ อย่างครบถ้วน
ไม่ว่าจะเป็นเรือน้ำเที่ยวที่สามารถนั่งเข้าไปชมความสวยงามของน้ำตกได้อย่างใกล้ชิด รถรางนำเที่ยวชมความสวยงามของน้ำตกและพื้นที่โดยรอบของเขตน้ำตก และที่พลาดไม่ได้คือการชมการแสดงของนักแสดงชนเผ่าที่จะมาสร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ สร้างความประทับใจและพานักท่องเที่ยวเที่ยวชมถนนสายวัฒนธรรมและสายสัมพันธ์ชายแดนด้วยชุดประจำถิ่นที่สวยงาม การละเล่นที่สนุกสนาน ควบคู่กับการรับประทานอาหารประจำถิ่นที่ขึ้นชื่อและของฝากสุดชิกได้ในทุกวันอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม น้ำตกเต๋อเทียนกำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างมาก ที่ต่างเริ่มทยอยกันมาเที่ยวชมความสวยงามทางธรรมชาติ ท่ามกลางความห่วงใยและการต้อนรับของคนจีนอย่างอบอุ่น


