อุบลราชธานี - ช่างภาพท้องถิ่นเมืองอุบลเล่าความประทับใจได้ตามเสด็จ “พระองค์ภา” ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านถูกน้ำท่วมใหญ่ปี 62 เดินด้วยพระบาทฝ่าน้ำเพื่อนำความช่วยเหลือถือมือชาวบ้านคำน้ำแซบอย่างตรงจุด พระราชทาน “ดินส่วนพระองค์” และมอบเงินขวัญถุง เพื่อใช้เป็นทุนรอนในการพลิกฟื้นอาชีพปั้นหม้ออีกครั้ง
แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปหลายปี ทว่าความทรงจำในหัวใจของ นายวีรณัฐกรณ์ พรหมเอี่ยม นักประชาสัมพันธ์ เทศบาลตำบลคำน้ำแซบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ยังคงแจ่มชัดราวกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน....ในฐานะหนึ่งในคณะช่างภาพผู้มีโอกาสตามเสด็จอย่างใกล้ชิดเพื่อบันทึกภาพประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญเมื่อปี พ.ศ. 2562 หลังพื้นที่อุบลราชธานีต้องเผชิญกับอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่
โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา (พระองค์ภา) ได้เสด็จฯ ลงพื้นที่เป็นการส่วนพระองค์เพื่อทรงเยี่ยมเยียนและดับทุกข์ให้แก่พสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างใกล้ชิดและไร้พิธีรีตองใดๆ
นายวีรณัฐกรณ์ พรหมเอี่ยม นักประชาสัมพันธ์ เทศบาลตำบลคำน้ำแซบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ย้อนรอยความทรงจำอันเป็นมงคลสูงสุดในชีวิตว่า ภาพจำที่ทำให้ข้าราชการและประชาชนทุกคนในวันนั้นถึงกับอึ้งและตื้นตันใจอย่างที่สุด คือพระจริยวัตรที่ไม่ถือพระองค์ แม้ทางทีมงานและมหาดเล็กจะมีการจัดเตรียมรถยนต์ส่วนพระองค์ไว้สำหรับการเดินทางเข้าหมู่บ้านที่มีระยะทางค่อนข้างไกล แต่ทันทีที่เสด็จฯ ลงจากรถยนต์พระที่นั่ง พระองค์ภาทรงเลือกที่จะ “ทรงพระดำเนิน” หรือเดินด้วยพระบาทลัดเลาะไปตามบ้านเรือนของพสกนิกรอย่างกระฉับกระเฉง สมาร์ท และแข็งแรงมาก
ทรงเดินนำหน้าด้วยความรวดเร็ว จนข้าราชการและมหาดเล็กต้องพากันวิ่งตามเพื่อให้ทันพระองค์ ระยะทางนับกิโลเมตร ท่ามกลางสภาพพื้นที่หลังน้ำท่วมไม่ได้ทำให้พระองค์ทรงแสดงอาการเหน็ดเหนื่อย ทรงมุ่งมั่นที่จะเข้าไปหาประชาชนทุกจุดโดยไม่ทรงเดินผ่านเลยไป ทรงก้มพระวรกายลงตรัสถามสารทุกข์สุกดิบด้วยพระสุรเสียงที่ไพเราะและนอบน้อม พร้อมทั้งเอื้อมพระหัตถ์ไปจับมือให้กำลังใจชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง สร้างความปลาบปลื้มใจแก่พสกนิกรที่ได้รับเสด็จอย่างหาที่สุดมิได้
สำหรับการเสด็จฯ ลงพื้นที่ในวันนั้น พระองค์ทรงนำความช่วยเหลือมาสู่ชาวบ้านคำน้ำแซบอย่างตรงจุด โดยเฉพาะที่หมู่บ้านช่างหม้อที่ชาวบ้านเกือบทั้งหมู่บ้านมีอาชีพปั้นเตา หลังเกิดน้ำท่วม ทำให้ชาวบ้านขาดแคลนทุนทรัพย์และดินที่ใช้ในการประกอบอาชีพเนื่องจากถูกน้ำพัดพาไปหมด พระองค์ภาได้พระราชทาน “ดินส่วนพระองค์” และมอบเงินขวัญถุงเพื่อใช้เป็นทุนรอนในการพลิกฟื้นอาชีพอีกครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น ทรงมีพระเมตตาต่อทารกแรกเกิดรายหนึ่งในชุมชนที่มีตุ่มคันขึ้นตามร่างกาย รักษาอย่างไรก็ไม่หาย โดยทรงให้ทีมแพทย์ส่วนพระองค์นำยามาให้ พร้อมกำชับว่าหากอาการไม่ดีขึ้นจะทรงรับไว้เป็นคนไข้ส่วนพระองค์ ซึ่งยาพระราชทานในวันนั้นทำให้ตุ่มคันของเด็กหายสนิท ปัจจุบันทารกน้อยในวันนั้นได้เติบโตขึ้นเป็นเด็กที่แข็งแรงและน่ารัก
นายวีรณัฐกรณ์เล่าต่อด้วยน้ำเสียงตื้นตันถึงภาพประวัติศาสตร์ที่ตราตรึงใจที่สุด คือตอนที่พระองค์ภาเสด็จฯ ไปถึงบริเวณที่ชาวบ้านกำลังปั้นเตา ทรงมีความสนพระทัยและอยากรู้ถึงขั้นตอนการทำมาหากินของราษฎร จึงทรงลงไปนั่งร่วมกับชาวบ้านและทรงใช้อุปกรณ์จับเจาะลิ้นเตาด้วยพระองค์เอง แม้ว่าพระหัตถ์จะเปื้อนดินเปื้อนโคลน แต่รอยพระสรวลและแววพระเนตรของพระองค์กลับเปี่ยมไปด้วยความสุขที่ได้อยู่เคียงข้างประชาชน ปัจจุบันเครื่องมือและดินในวันประวัติศาสตร์นั้นถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีเพื่อเป็นมิ่งขวัญและอนุสรณ์แห่งพระกรุณาธิคุณ ณ ที่ทำการเทศบาลตำบลคำน้ำแซบ
เมื่อถามถึงความรู้สึกในวันที่สำนักพระราชวังมีแถลงการณ์เกี่ยวกับพระอาการประชวร นักประชาสัมพันธ์เทศบาลตำบลคำน้ำแซบเผยความรู้สึกด้วยความสะเทือนใจว่า ตื่นเช้ามาเห็นข่าวในโซเชียลมีเดีย ทุกคนในพื้นที่อยู่ในอาการอึ้ง ตกใจ และรู้สึกเหมือนทุกอย่างมืดมนไปหมด เป็นความเสียใจที่ยากจะทำใจได้
แต่ทว่า สิ่งที่จะไม่มีวันเลือนหายไปจากหัวใจของชาวคำน้ำแซบและชาวอุบลราชธานี คือภาพของ “เจ้าฟ้าผู้ทรงพระดำเนินลุยโคลนเพื่อประชาชน” ภาพถ่ายทุกลำดับเหตุการณ์และเรื่องราวพระเมตตาในวันนั้น จะถูกเก็บรักษาและบอกเล่าสืบต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานตราบนานเท่านาน ว่าครั้งหนึ่งในยามที่ทุกข์ยากที่สุด พวกเขาได้รับพระกรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่จากพระองค์ภา พระผู้สถิตอยู่ในใจของราษฎรชั่วนิรันดร์


