เชียงราย - คาดหวังพนังน้ำสายซ่อมเสร็จสิ้นเดือนนี้..แม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ดูกำลังพลเร่งมืออุดช่องบิ๊กแบ็กซ่อมพนังตลอดแนวลำน้ำที่เสียหายหลายจุด ล่าสุดคืบหน้า 60% แล้ว
วันนี้ (14 มิ.ย.) พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พล.ต.จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 พล.ต.สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พล.ต.สมใจ คิดเกื้อการุญ ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 และ พล.ต.พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะ ที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 3 นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าฯ เชียงราย นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปยังชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สาย
เพื่อติดตามความคืบหน้าในการซ่อมแซมพนังกั้นกึ่งถาวรตลอดแนวลำน้ำสายซึ่งเป็นเส้นเขตแดนไทย-เมียนมา หลังจากเจ้าหน้าที่ได้เริ่มเข้าไปซ่อมแซมจุดเดิมที่เสียหายมาแล้วตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา
แม่ทัพภาคที่ 3 และคณะเดินตรวจแนวพนังกั้นบริเวณชุมชนหัวฝายซึ่งเป็นจุดแรกที่ประเทศไทยต้องรับน้ำหากเกิดน้ำหลากล้นตลิ่ง และในปี 2567 เป็นจุดที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดอีกจุดหนึ่ง จากนั้นได้เดินทางไปตรวจบริเวณแนวสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 ซึ่งพบว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้นำเครื่องจักรเครื่องมือซ่อมแซมตามจุดต่างๆ ที่กรมการทหารช่าง กองทัพบก เคยก่อสร้างเอาไว้เมื่อปี 2568 รวมระยะทางประมาณ 12.8 กิโลเมตร แต่หลังเกิดน้ำหลากซ้ำในปีเดียวกันก็เกิดการชำรุดเสียหายไปหลายจุด
จากการตรวจแนวพนังกั้นลำน้ำสายของแม่ทัพภาคที่ 3 พบว่าในภาพรวมการซ่อมแซมบริเวณโซน A ตั้งแต่ด่านพรมแดนไปถึงซอยสันลมจอย ต.เวียงพางคำ มีการบรรจุกระสอบทราย และจัดวางถุงบิ๊กแบ็ก เสริมความแข็งแรงพนังกั้นน้ำอย่างแน่นหนาแล้ว
ส่วนโซน B บริเวณด้านหน้าอาคารราชพัสดุมีการวางกระสอบทรายขนาดเล็กอุดช่องว่างและเสริมบิ๊กแบ็กบริเวณด้านข้างอาคารตลอดแนว ขณะที่โซนด้านหลังวัดเกาะทรายมีการเสริมบิ๊กแบ็กตามแนว
ภาพรวมการดำเนินการมีความคืบหน้ากว่า 60% และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกำหนด 45 วัน หรือภายในสิ้นเดือน มิ.ย. 2569 นี้ เพื่อรองรับฤดูน้ำหลากที่จะมาถึงได้


